⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 53/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2497

ป.พ.พ. ม.5

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายทรัพย์สินที่ผู้ซื้อและผู้ขายทราบดีว่ามีผู้เช่าอยู่เดิม และมีเจตนาให้ผู้เช่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่า ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและขัดต่อกฎหมายคุ้มครองผู้เช่า

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของที่ดินและเรือนขายเฉพาะเรือนในที่ดินนั้นแก่ผู้อื่นไปแล้วให้ผู้ซื้อทำสัญญาเช่าที่ดินที่ปลูกเรือนนั้น แต่ปรากฎว่า ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทราบดีว่า มีผู้เช่าเรือนนั้นอยู่อาศัยมาแต่เดิม ซึ่งได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ และเมื่อซื้อมาแล้ว ผู้ซื้อก็จัดการร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้ผู้เช่าออกจากเรือนพิพาทเพื่อเข้าอยู่เอง เมื่อคณะกรรมการไม่อนุญาต เจ้าของที่ดินก็ฟ้องขับไล่ให้ผู้ซื้อรื้อถอนเรือนนั้นไปดังนี้ เป็นพฤติการแสดงให้เห็นว่าเป็นการซื้อขายเพื่อให้ผู้เช่าไม่ได้ใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าอยู่จึงถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและขัดกับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ เจ้าของที่ดินจึงไม่มีสิทธิจะมาขอให้ศาลบังคับขับไล่ผู้เช่าออกไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องนางสมศรี ผู้เช่าที่ดินของโจทก์ตั้งบ้านเรือน นางสมศรีได้ทำสัญญาปรานีประนอมยอมออกจากที่เช่า และรื้อสิ่งปลูกสร้างไป ศาลแพ่งได้พิพากษาและบังคับคดีไปตามยอม บัดนี้ครบกำหนดตามคำบังคับแล้ว จำเลยซึ่งอยู่ในบ้านเรือนของนางสมศรีรายนี้ ไม่ยอมออก โดยอ้างว่าไม่ใช่เป็นบริวารของนางสมศรี ฯลฯ จึงขอให้ศาลขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ว่า เป็นการสมยอมระหว่างโจทก์กับนางสมศรีในการทำสัญญาซื้อขายสิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีนี้ได้ความว่าเดิมเรือนพิพาทและที่ดินเป็นของมารดาโจทก์ จำเลยได้เช่าอยู่อาศัยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๘ ต่อมาที่ดินและเรือนตกเป็นของโจทก์ จำเลยก็คงเช่าอยู่ตลอดมาเมื่อ เมษายน ๒๔๙๓ โจทก์ขายเฉพาะเรือนให้นางสมศรี และในนางสมศรีเช่าที่ดินปลุกเรือนนั้น ต่อมาโจทก์จึงฟ้องนางสมศรี แล้วยอมความกัน ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การซื้อขายเรือนพิพาทระหว่างโจทก์กับนางสมศรี จะฟังว่าเป็นการสมยอมกันหรือไม่ก็ตาม แต่คดีได้ความว่าขณะซื้อขายกัน โจทก์และนางสมศรีทราบดีว่า จำเลยได้เช่าบ้านเรือนนั้นอยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ประกอบกับเมื่อซื้อแล้ว นางสมศรี ก็จัดการร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯให้จำเลยออกจากเรือนพิพาทเพื่อเข้าอยู่เอง และเมื่อคณะกรรมการไม่อนุญาต โจทก์ก็ฟ้องนางสมศรี นางสมศรียอมความ ยอมรื้อถอนเรือนนั้นไป ดังนี้ เป็นพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการซื้อ่ขายเพื่อให้จำเลยไม่ได้ใช้ หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าอยู่ จึงถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และขัดกับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ โจทก์ไม่มีสิทธิจะมาขอให้ศาลบังคับจำเลยดังฟ้องได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2497 นายพงษ์ วรรณยิ่ง โจทก์ นายสม ไกรณรงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพงษ์ วรรณยิ่ง · จำเลย - นายสม ไกรณรงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายอัมพร คุณะเกษม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3462/2530ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 1145/2495ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 93/2524ฎีกา 2987/2517ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 1049/2522ฎีกา 3761-3765/2533ฎีกา 178/2485ฎีกา 1325/2506ฎีกา 960/2485ฎีกา 6302/2547ฎีกา 305/2489ฎีกา 1410/2525ฎีกา 746/2533ฎีกา 3930/2541ฎีกา 2591/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา