คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1325/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อความที่กล่าวหาว่าหมิ่นประมาทจะต้องมุ่งเจาะจงถึงบุคคลใดโดยเฉพาะ และโจทก์ต้องนำสืบให้ได้ความว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ถูกใส่ความ.
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทข้อความที่กล่าวจะต้องมุ่งเจาะจงถึงบุคคลใดโดยเฉพาะและโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความถึงบุคคลผู้ถูกหมิ่นประมาทนั้นด้วย
เมื่อในคำโฆษณามีความหมายเฉพาะนายแพทย์ชายคนหนึ่งไม่มีกินความถึงนายแพทย์ทุก ๆ คนของโรงพยาบาลศิริราช ทั้งโจทก์หาได้นำสืบถึงนายแพทย์คนที่ถูกใส่ความหมิ่นประมาท ก็ย่อมทราบไม่ได้ว่านายแพทย์ได้เป็นผู้เสียหาย
เมื่อตามคำฟ้องไม่มีช่องทางแสดงให้เห็นว่าจำเลยมุ่งหมายกล่าวใส่ความถึงนายแพทย์เฉลิม นายแพทย์เฉลิมจึงมิใช่ผู้เสียหายอันจะพึงร้องทุกข์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ลงโฆษณามีข้อความว่า "ฯลฯ ผมกำลังได้รับความโกรธแค้นอย่างสาหัสเพราะน้ำมือของผู้ชายใจทรามแห่งโรงพยาบาลศิริราช เรื่องของผมมีดังนี้ ภรรยาผมเป็นข้าราชการทางรัฐบาลได้มีคำสั่งให้ไปตรวจร่างกาย ฯลฯ เมื่อภรรยาของผมเข้าไปในห้องก็ถูกนายแพทย์ชายบังคับให้เปลื้องผ้าออกหมด ภรรยาผมปฏิเสธแต่นายแพทย์ผู้นั้นขู่ว่า ฯลฯ เธอถึงกับร้องไห้แต่ก็จำต้องยอมเปลื้องออกหมดสิ้นตามคำสั่งของนายแพทย์คนนั้น เมื่อเปลื้องผ้าออกหมดแล้วก็โดนบังคับให้นอนบนเตียงอีกด้วย ภายในห้องนั้นมีภรรยาของผมกับนายแพทย์คนนั้นสองต่อสองเท่านั้น หมอคนนั้นได้ลูบคลำร่างกายของภรรยาผมไปมาบางครั้งก็บีบเคล้นอวัยวะบางส่วนอันเป็นของสงวนของสตรีเพศอีกด้วย ถึงแม้ภรรยาผมจะร้องไห้และขอร้องให้มันยุติการตรวจแบบลามกเช่นเดิมแต่หมดกลับตบหน้าภรรยาของผมและบอกให้ภรรยาของผมนอนเฉย ๆ จนกระทั่งพอใจของเขาแล้วเขาจึงปล่อยให้ภรรยาของผมแต่งตัวออกไปนอกห้องได้" เรื่องนี้นายแพทย์เฉลิมพรมมาส อธิบดีกรมมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แล้ว
จำเลยต่อสู้ข้อ ก.ม. ๒ ข้อ คือ ข้อ ๑. ข้อความที่ลงพิมพ์เป็นหมิ่นประมาทนายแพทย์โรงพยาบาลศิริราชคนใดหรือไม่ ๒. นายแพทย์เฉลิม พรมมาสไม่ใช่ผู้เสียหาย ข้อความตามอื่นรับตามฟ้อง คู่ความไม่สืบพยาน
ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการใส่ความและอาจทำให้นายแพทย์โรงพยาบาลศิริราชเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และนายเแพทย์เฉลิมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิร้องทุกข์ จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. ๒๘๒
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องของโจทก์ที่กล่าวบรรยายถึงคำโฆษณาของจำเลยนั้นมีความหมายเฉพาะนายแพทย์ชายคนหนึ่งของโรงพยาบาลศิริราชที่ได้ทำการตรวจโรคข้าราชการสตรีเท่านั้น ไม่มีข้อความใดที่จะแสดงว่าฟ้องของโจทก์จะกินความถึงนายแพทย์ทุก ๆ คนของโรงพยาบาลศิริราชถูกจำเลยหมิ่นประมาท ข้อความที่จำเลยโฆษณาดังฟ้องของโจทก์ซึ่งบรรยายถึงการกระทำของแพทย์ชายผู้นั้น เป็นการใส่ความเอานายแพทย์ชายผู้นั้นทำให้ผู้ถูกใส่ความเสียชื่อเสียงหรืออาจทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นหรือเกลียดชังได้ อันเป็นการหมิ่นประมาทแต่จะต้องเป็นข้อความที่กล่าวเจาะลงถึงบุคคลใด และโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความถึงบุคคลที่ถูกหมิ่นประมาทนั้น ในคดีนี้โจทก์ก็หาได้นำสืบว่านายแพทย์ชายคนใดเป็นผู้ที่ถูกจำเลยกล่าวใส่ความหมิ่นประมาทแต่อย่างไรไม่ จึงทราบไม่ได้ว่านายแพทย์ขายคนใดแห่งโรงพยาบาลศิริราชเป็นผู้ได้รับความเสียหายอันเนื่องจากการกระทำของจำเลยทั้งการฟ้องของโจทก์ไม่มีช่องทางจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยมุ่งหมายกล่าวใส่ความนายแพทย์เฉลิม พรมมาส นายแพทย์เฉลิม พรมมาส จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1325/2498
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายรำพรรณ พุกกะเจียม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายรำพรรณ พุกกะเจียม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายจำเนียร บุญพละ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา