⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1764/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1764/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับพินัยกรรมตามเงื่อนไขแรกถึงแก่ความตายไปก่อน ผู้รับพินัยกรรมตามเงื่อนไขที่สองจึงจะได้รับทรัพย์มรดก.

ย่อคำพิพากษา

สามีภรรยาต่างทำพินัยกรรมให้แก่กัน พินัยกรรมของภรรยามีข้อความว่า " เมื่อข้าพเจ้าอายชนม์แล้ว บรรดาทรัพย์สินและสิทธิทั้งหลายของข้าพเจ้าซึ่งมีอยู่ในเวลานี้และมีต่อไปภายหน้า ขอให้ตกเป็นกรรมสิทธิแก่สามี (ขุนอุปพงษ์ฯ) ผู้รับพินัยกรรม แต่ถ้าขุนอุปพงษ์ ฯ ถึงแก่กรรมล่วงลับไปก่อนข้าพเจ้าก็ขอให้ทรัพย์สินและสิทธิทั้งหลายของข้าพเจ้าตกเป็นกรรมสิทธิแก่โจทก์(คุณหญิงเลขวณิช ฯ) เป็นผู้รับพินัยกรรม ฯลฯ " และตามพินัยกรรมของสามี (ขุนอุปพงษ์ฯ) ก็มีข้อความทำนองเดียวกัน ยกทรัพย์ให้แก่ภรรยา (นางจันทร์) ถ้านางจันทร์ล่วงลับไปก่อนก็ยกทรัพย์ให้แก่โจทก์ (คุณหญิงเลขวณิชฯ) ดังนี้เมื่อภรรยา(นางจันทร์) ตายไปก่อน ทรัพย์มรดกของภรรยา(นางจันทร์) ก็ตกได้แก่สามี (ขุนอุปพงษ์) ตามพินัยกรรม สามีย่อมมีสิทธิที่จะยกทรัพย์ให้แก่ผู้อื่นได้ไม่มีข้อผูกพันตาม ก.ม. ที่สามี (ขุนอุปพงษ์) จำต้องยกทรัพย์ให้แก่โจทก์ เพราะทรัพย์นั้นเป็นของสามี(ขุนอุปพงษ์ฯ) โดยเด็ดขาด ตาม ก.ม.สามีมีสิทธิจะยกทรัพย์ให้ใคร ๆ ก็ได้แล้ว ต่อมาทำพินัยกรรมยกทรัพย์ไปให้ผู้อื่นมิได้ปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้กับภรรยาว่าจะให้โจทก์ก็ตามก็ไม่เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตเพราะข้อตกลงนั้นฟังได้อย่างมากก็เพียงว่าผู้ทำพินัยกรรมทั้งสองตกลงจะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.536 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1707

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องว่า ขุนอุปพงษ์พิพัฒน์กับนางจันทร์ อุปพงษ์พิพัฒน์ เป็นสามีภรรยากันและไม่มีบุตร ประสงค์จะให้โจทก์เป็นผู้รับมรดก จึงทำพินัยกรรมขึ้นคนละฉบับ กล่าวคือขุนอุปพงษ์ ฯ ทำพินัยกรรม+ ให้แก่นางจันทร์ ถ้านางจันทร์ตายไปก่อนให้มรดกได้เป็นสิทธิแก่โจทก์ นางจันทร์ทำพินัยกรรมว่ายกทรัพย์มรดกให้แก่ขุนอุปพงษ์ฯ ถ้าขุนอุปพงษ์ ฯ ตายไปก่อนให้มรดกเป็นสิทธิแก่โจทก์ (ตามพินัยกรรมลงวันที่ ๒๔ ส.ค.๘๒ ) ต่อมาวันที่ ๑๗ พ.ย.๘๔ นางจันทร์ถึงแก่ความตาย และวันที่ ๑๒ ก.ค. ๙๓ ขุนอุปพงษ์ ฯได้ถึงแก่กรรม จำเลยขัดขวางในการที่โจทก์จะรับมรดก จึงขอให้ศาลแสดงว่าพินัยกรรมของขุนอุปพงษ์ ฯ ฉบับลงวันที่ ๒๙ ส.ค.๘๒ เป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วย ก.ม. ให้จำเลยส่งทรัพย์สินของผู้ตายตามบัญญัติท้ายฟ้องให้โจทก์ ฯลฯ จำเลยให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่าจำเลยเป็นภรรยาขุนอุปพงษ์ ฯ เจ้ามรดกโดยชอบด้วย ก.ม. สำเนาพินัยกรรมท้ายฟ้อง ขุนอุปพงษ์ ฯ ทำไว้จริง แต่ถูกยกเลิกแล้วตามพินัยกรรมของขุนอุปพงษ์ฯ ลงวันที่ ๑๑ มี.ค.๙๓ ซึ่งยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่จำเลยผู้เดียว ฯลฯ คู่ความรับกันกัน จำเลยเป็นภรรยาขุนอุปพงษ์ ฯ ส่วนประเด็นโต้เถึยงมีดังนี้ (๑) พินัยกรรมที่จำเลยอ้างเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ตาม ก.ม.หรือไม่ (พินัยกรรมลงวันที่ ๑๑ มี.ค.๙๓) (๒) ทรัพย์มรดกคือแหวนเพชรและเงินสด ๗,๔๐๐ บาท และตามบัญชีท้ายคำร้องของโจทก์ลงวันที่ ๒๘ ธ.ค.๙๓ อันดับ ๑ ถึง ๘ เป็นทรัพย์มรดกและมีอยู่ที่จำเลยหรือไม่ (๓) ข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่โจทก์ได้พรรณามาในฟ้อง ประเด็นข้อ (๑) จำเลยรับสืบก่อนประเด็นข้อ (๒),(๓) โจทก์รับสืบก่อน ศาลสั่งให้จำเลยสืบตามประเด็นข้อ (๑) ก่อน เสร็จแล้วจึงจะสั่งว่าควรจะให้โจทก์สืบตามประเด็นข้อ (๒) และ (๓) หรือไม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1764/2498 คุณหญิงเลขวณิชธรรมวิทักษ์ (วาด เลขวณิช) โจทก์ นางสิลา (ไม่ทราบนามสกุล) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - คุณหญิงเลขวณิชธรรมวิทักษ์ (วาด เลขวณิช) · จำเลย - นางสิลา (ไม่ทราบนามสกุล)
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2533ฎีกา 7894/2553ฎีกา 9487/2558ฎีกา 5745/2537ฎีกา 1140/2559ฎีกา 3366/2522ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1002/2509ฎีกา 100/2540ฎีกา 6983/2543ฎีกา 3053/2527ฎีกา 32/2521ฎีกา 3064/2523ฎีกา 4338/2531ฎีกา 2873-2878/2519ฎีกา 47/2492ฎีกา 1725/2524ฎีกา 8534/2542ฎีกา 533/2515ฎีกา 619/2495ฎีกา 2593/2534ฎีกา 38/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 825/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา