⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1711-1713/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711-1713/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คู่ความที่ตกลงให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายข้อเดียว จะไม่สามารถฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ได้ 2. บุคคลนอกสัญญาที่แสดงเจตนาเข้าถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญาก่อนการจดทะเบียนสิทธิ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิของตนตามสัญญาแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ชั้นพิจารณาคู่ความตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม.ข้อเดียว ข้อโต้เถียงอื่น ๆ เป็นอันยุติ ดังนี้จำเลยจะฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้ออื่น ๆ นอกจากข้อ ก.ม.ข้อนั้นไม่ได้ บุคคลนอกสัญญามีสิทธิเข้าถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญาได้ และการไปคัดค้านที่อำเภอในการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งขอจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์นั้น เป็นการแสดงเจตนาว่าบุคคลนอกสัญญาจะถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญายอมนั้นแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่าโจทก์มีกรรมสิทธิที่ดินคนละแปลงโดยได้รับมรดกมาจากนายกุ่ยบิดา โจทก์ทั้ง ๓ และนายสุรินทร์และจำเลย เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ได้ทำการแบ่งปันมรดกกันเสร็จเด็ดขาดไปแล้วที่อำเภอ โจทก์ก็ได้เข้าปกครองที่ดินส่วนของโจทก์ โดยจำเลยไม่ได้เข้าเกี่ยวข้อง ต่อมาจำเลยกลับไปยื่นคำร้องต่ออำเภอขอรับมรดกที่ดินของโจทก์ ๆ คัดค้านอำเภอสั่งให้โจทก์มาฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับทรัพย์มรดกที่พิพาทจากบิดา สัญญายอมแบ่งปันทรัพย์กันที่อำเภอนั้นจำเลยทำไปเพราะถูกกลฉ้อฉลขอต่อสู้ว่าจำเลยไปขอให้เพิกถอนแล้ว ทั้งโจทก์เป็นผู้ถูกตัดมรดก ไม่มีอำนาจฟ้องและคำเปรียบเทียบของกรมการอำเภอเป็นเรื่องระหว่างนายสุรินทร์กับจำเลย ๆ ไม่ผูกพันกับโจทก์ ๆ ไม่มีส่วนได้เสีย จะอาศัยมูลคดีนั้นใช้ยันจำเลยไม่ได้ ชั้นพิจารณาโจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม.ข้อเดียวว่าสัญญายอมระหว่างนายสุรินทรและนายเส่ง (จำเลยในคดีนี้) ซึ่งทำที่อำเภอนั้นโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ใช่คู่สัญญาจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาฉะบับนั้นได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงอื่นตกลงกันให้ยุติ ศาลจังหวัดกาฬสินธ์พิพากษาว่าทรัพย์รายพิพาทเป็นของโจทก์ทั้ง ๓ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ชั้นต้นจำเลยตั้งประเด็นต่อสู้ไว้หลายประการก็ตาม แต่ต่อมาคู่ความตกลงกันให้ศาลวินิจฉัยข้อ ก.ม.ข้อเดียว ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออื่นอีก จำเลยจะฎีกาโต้แย้งไม่ได้ ส่วนข้อ ก.ม.นั้นเห็นว่าแม้โจทก์จะไม่ใช่คู่สัญญา แต่เป็นบุคคลภายนอกก็ดี โจทก์ก็มีสิทธิจะเรียกให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ได้ตาม ป.พ.พ.ม.๓๗๔ ไม่ใช่เป็นเรื่องสัญญาจะให้ตามที่จำเลยฎีกาเถียงมา อนึ่งการที่โจทก์ไปคัดค้านในการที่จำเลยขอจดทะเบียนสิทธินั้นเป็นการแสดงเจตนาว่าโจทก์ได้ถือเอาประโยชน์จากสัญญายอมที่จำเลยทำไว้กับนายสุรินทร์แล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711 - 1713/2499 นางหนูน้อย แซ่คู (ตาย) นายชูไอ แซ่คู ผู้รับมรดกความ โจทก์ นายเล่ง ไชยสงคราม จำเลย นางหนูอิ่ม แซ่เตีย โจทก์ นายเส่ง ไชยสงคราม จำเลย นางตี้ บุญสวัสดิ์ โจทก์ นายเส่ง ไชยสงคราม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหนูน้อย แซ่คู (ตาย) นายชูไอ แซ่คู ผู้รับมรดกความ · จำเลย - นายเล่ง ไชยสงคราม · โจทก์ - นางหนูอิ่ม แซ่เตีย · จำเลย - นายเส่ง ไชยสงคราม · โจทก์ - นางตี้ บุญสวัสดิ์ · จำเลย - นายเส่ง ไชยสงคราม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 988/2533ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 9487/2558ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 100/2540ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา