คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711-1713/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คู่ความที่ตกลงให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายข้อเดียว จะไม่สามารถฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ได้
2. บุคคลนอกสัญญาที่แสดงเจตนาเข้าถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญาก่อนการจดทะเบียนสิทธิ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิของตนตามสัญญาแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ชั้นพิจารณาคู่ความตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม.ข้อเดียว ข้อโต้เถียงอื่น ๆ เป็นอันยุติ ดังนี้จำเลยจะฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้ออื่น ๆ นอกจากข้อ ก.ม.ข้อนั้นไม่ได้
บุคคลนอกสัญญามีสิทธิเข้าถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญาได้ และการไปคัดค้านที่อำเภอในการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งขอจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์นั้น เป็นการแสดงเจตนาว่าบุคคลนอกสัญญาจะถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญายอมนั้นแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่าโจทก์มีกรรมสิทธิที่ดินคนละแปลงโดยได้รับมรดกมาจากนายกุ่ยบิดา โจทก์ทั้ง ๓ และนายสุรินทร์และจำเลย เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ได้ทำการแบ่งปันมรดกกันเสร็จเด็ดขาดไปแล้วที่อำเภอ โจทก์ก็ได้เข้าปกครองที่ดินส่วนของโจทก์ โดยจำเลยไม่ได้เข้าเกี่ยวข้อง ต่อมาจำเลยกลับไปยื่นคำร้องต่ออำเภอขอรับมรดกที่ดินของโจทก์ ๆ คัดค้านอำเภอสั่งให้โจทก์มาฟ้อง
จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับทรัพย์มรดกที่พิพาทจากบิดา สัญญายอมแบ่งปันทรัพย์กันที่อำเภอนั้นจำเลยทำไปเพราะถูกกลฉ้อฉลขอต่อสู้ว่าจำเลยไปขอให้เพิกถอนแล้ว ทั้งโจทก์เป็นผู้ถูกตัดมรดก ไม่มีอำนาจฟ้องและคำเปรียบเทียบของกรมการอำเภอเป็นเรื่องระหว่างนายสุรินทร์กับจำเลย ๆ ไม่ผูกพันกับโจทก์ ๆ ไม่มีส่วนได้เสีย จะอาศัยมูลคดีนั้นใช้ยันจำเลยไม่ได้
ชั้นพิจารณาโจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม.ข้อเดียวว่าสัญญายอมระหว่างนายสุรินทรและนายเส่ง (จำเลยในคดีนี้) ซึ่งทำที่อำเภอนั้นโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ใช่คู่สัญญาจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาฉะบับนั้นได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงอื่นตกลงกันให้ยุติ
ศาลจังหวัดกาฬสินธ์พิพากษาว่าทรัพย์รายพิพาทเป็นของโจทก์ทั้ง ๓ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ชั้นต้นจำเลยตั้งประเด็นต่อสู้ไว้หลายประการก็ตาม แต่ต่อมาคู่ความตกลงกันให้ศาลวินิจฉัยข้อ ก.ม.ข้อเดียว ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออื่นอีก จำเลยจะฎีกาโต้แย้งไม่ได้
ส่วนข้อ ก.ม.นั้นเห็นว่าแม้โจทก์จะไม่ใช่คู่สัญญา แต่เป็นบุคคลภายนอกก็ดี โจทก์ก็มีสิทธิจะเรียกให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ได้ตาม ป.พ.พ.ม.๓๗๔ ไม่ใช่เป็นเรื่องสัญญาจะให้ตามที่จำเลยฎีกาเถียงมา อนึ่งการที่โจทก์ไปคัดค้านในการที่จำเลยขอจดทะเบียนสิทธินั้นเป็นการแสดงเจตนาว่าโจทก์ได้ถือเอาประโยชน์จากสัญญายอมที่จำเลยทำไว้กับนายสุรินทร์แล้ว จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711 - 1713/2499
นางหนูน้อย แซ่คู (ตาย) นายชูไอ แซ่คู ผู้รับมรดกความ โจทก์
นายเล่ง ไชยสงคราม จำเลย
นางหนูอิ่ม แซ่เตีย โจทก์
นายเส่ง ไชยสงคราม จำเลย
นางตี้ บุญสวัสดิ์ โจทก์
นายเส่ง ไชยสงคราม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางหนูน้อย แซ่คู (ตาย) นายชูไอ แซ่คู ผู้รับมรดกความ · จำเลย - นายเล่ง ไชยสงคราม · โจทก์ - นางหนูอิ่ม แซ่เตีย · จำเลย - นายเส่ง ไชยสงคราม · โจทก์ - นางตี้ บุญสวัสดิ์ · จำเลย - นายเส่ง ไชยสงคราม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาฬสินธ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา