⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 239/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส แต่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บไม่สาหัส ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บไม่สาหัสได้ และกำหนดโทษสูงกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไว้ได้ หากไม่เกินกว่าที่โจทก์ได้ขอให้ลงโทษไว้ในคำฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตาม ม. 256 ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตาม ม. 256 วางกำหนดโทษจำคุก 6 เดือน โจทก์ดอุทธรณ์ต่อมาขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ตาม ม. 256 เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าบาดเจ็บไม่สาหัสก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บไม่สาหัสตาม ม. 254 และเห็นสมควรจะวางอัตราโทษเท่าใดตามมาตรานี้ก็ได้ แม้จะเพิ่มกำหนดโทษเป็น 1 ปี 6 เดือนสูงกว่าศาลชั้นต้นก็ได้ เพราะไม่เป็นการเกินคำขอตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตาม มาตรา 256

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.254 กฎหมายลักษณะอาญา ม.256 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำผิดประมวลรัษฎากรและทำร้ายร่างกายนายมนัสบาดเจ็บสาหัส จำเลยทั้งสองปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้รวมกับคดีที่ ส.ต.ต.สุชาติจำเลยกลับเป็นโจทก์ฟ้องนายมนัส ผู้เสียหายอีกสำนวนหนึ่งหาว่าหมิ่นประมาทและทำร้ายขัดขวาง ส.ต.ต.สุชาติซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ (คดีที่ ส.ต.ต.สุชาติเป็นโจทก์ยุติเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ส.ต.ต.สุชาติจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ (คือฟังว่าบาดแผลนายมนัสไม่สาหัส) ให้จำคุก ๖ เดือน แต่ให้ยกฟ้องอัยการโจทก์สำหรับ ส.ต.ต.ประสงค์ จำเลย และยกฟ้องอัยการโจทก์ในข้อหาฐานกระทำผิดประมวลรัษฎากรกับให้ยกฟ้องในคดีที่ ส.ต.ต.สุชาติฟ้องนายมนัสเป็นจำเลย อัยการโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฐานทำร้ายนายมนัสถึงบาดเจ็บสาหัสตามฟ้อง ส.ต.ต.สุชาติอุทธรณ์ทั้งในฐานะเป็นจำเลยและเป็นโจทก์ ขอให้ยกฟ้องอัยการโจทก์และให้ลงโทษนายมนัส ศาลอุทธรณ์เห็นชอบกับศาลชั้นต้นที่ลงโทษ ส.ต.ต.สุชาติ จำเลยตามมาตรา ๒๕๔ (คือคงฟังว่าบาดเจ็บของนายมนัสไม่สาหัส) และจำเลยยังไม่มีผิดตามประมวลรัษฎากรดังฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการที่โจทก์อุทธรณ์นี้ก็เพื่อให้ลงโทษจำเลยในสถานหนักคือตามมาตรา ๒๕๖ แม้บาดเจ็บของนายมนัสไม่ถึงสาหัสดังโจทก์ขอก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ลงโทษส.ต.ต.สุชาติจำเลยให้เป็นจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน นอกนี้ยืน ส.ต.ต.สุชาติฎีกา ศาลฎีกาสั่งรับฉะเพาะข้อกฎหมายในข้อที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามมาตรา ๒๕๖ เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าบาดเจ็บไม่สาหัส คงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บตามศาลชั้นต้น แต่เพิ่มกำหนดโทษจำเลยหนักเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีความประสงค์ให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้นนั่นเอง ศาลอุทธรณ์อำนาจพิพากษาเพิ่มกำหนดโทษจำเลยให้หนักขึ้นได้ตามควรแก่รูปคดี หาเป็นการเกินคำขอไม่ พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2498 อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ ส.ต.ต.สุชาติที่ 1 ส.ต.ต. ประสงค์ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - ส.ต.ต.สุชาติที่ 1 ส.ต.ต. ประสงค์ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายสุเมธ ทิพมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปรีชาดุลยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1638/2492ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา