⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 410/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2498

พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ 5) ม.100

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องเล็กน้อย ไม่เป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง หากจำเลยไม่หลงต่อสู้ และกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่ฟ้องไม่ถูกต้อง จะนำกฎหมายที่ออกใช้ภายหลังมาลงโทษจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยว่าทำร้ายเจ้าพนักงานและฆ่าคนตายโดยเจตนาฟ้องก่อน พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2496 ออกใช้บังคับ ศาลมณฑลทหารบกที่ 7 ยกฟ้องโดยเห็นว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง(ฟ้องว่าเหตุเกิดเวลากลางวัน ทางพิจารณาได้ความว่าเวลากลางคืน) ศาลทหารกลางเห็นว่าข้อต่อสู้และการนำสือของจำเลยแสดงได้ชัดว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ซึ่งตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 มาตรา 100 มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลทหารบกที่ 7 ให้พิจารณาพิพากษาใหม่ ดังนี้แม้จำเลยจะมิได้ค้านคำพิพากษาของศาลทหารกลางแต่อย่างใดในชั้นนั้น เมื่อศาลมณฑลทหารบกที่ 7 พิจารณาใหม่แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยและศาลทหารกลางพิพากษายืนดังนี้ จำเลยจะคัดค้านขึ้นมาในชั้นฎีกาว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องก็ได้เ เพราะปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและเมื่อศาลทหารกลางพิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลมณฑลทหารบกที่ 7 ให้พิจารณาพิพากษาใหม่นั้น คดีก็ยังไม่ถึงที่สุดคู่ความหรือศาลย่อมยกขึ้นกล่าวอ้าง+ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 มาตรา 100ใช้บังคับแก่ฟ้องที่ไม่ถูกต้องซึ่งเกิดขึ้นภายหลังวันใช้บังคับเท่านั้นจะนำเอากฎหมายที่ออกใช้ภายหลังมาลงโทษจำเลยไม่ได้ และกฎหมายใหม่ในกรณีเช่นนี้หาอาจไปแก้ไขฟ้องที่ไม่ถูกต้องให้เป็นการถูกต้องขึ้นได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2496 ม.100

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นทหารกองประจำการสังกัดเรือนจำมณฑลทหารบกที่ ๗ ได้ใช้มีดซุยแทง ส.ต.ต.อนันต์เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่และแทงพลตำรวจภูธรสุทัศน์ตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๒๐,๒๔๙,๒๕๐,๒๕๔,๗๐,และ ๗๑ จำเลยต่อสู้ว่า ส.ต.ต.อนันต์แลพลสุทัศน์และพวกกลุ้มรุมทำร้ายจำเลย ๆ จึงแทงเพื่อป้องกันตัว ศาลมณฑลทหารบกที่ ๗ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดวันที่ ๑๐ พ.ย. ๒๔๙๔ เวลากลางวัน ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดเวลากลางคืนประมาณ ๒๒.๐๐ น.หรือ ๒๓.๐๐ น.ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ โดยไม่จำต้องชี้ขาดข้อเท็จจริงต่อไป โจทก์อุทธรณ์ ศาลทหารกลางเห็นว่า ตามข้อต่อสู้และการนำสืบของจำเลยแสดงได้ชัดว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ซึ่งตามมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๖ มิให้คือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลมณฑลทหารบกที่ ๗ ให้พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ ศาลมณฑลทหารบกที่ ๗ พิจารณาใหม่และวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดจริงดังฟ้อง พิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๒๐ วรรค ๒ กะทงหนึ่ง ๒ ปี และตามมาตรา ๒๔๙ อีกกะทงหนึ่ง ๑๖ ปี รวม ๒ กะทง เป็น ๑๘ ปี ปราณีตามมาตรา ๕๕ เสีย ๑ ใน ๔ คงจำ ๑๓ ปี ๖ เดือน มีดของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและคัดค้านในข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลทหารกลางวินิจฉัย ประเด็นข้อนี้ (ข้อกฎหมาย) ศาลทหารกลางได้พิพากษาไว้แล้ว(ตามคำพิพากษาคดีแดงที่ ๔๗ / ๒๔๙๖ )ว่าไม่เป็นเหตุให้ศาลเดิมยกฟ้องจำเลยจะอุทธรณ์ในประเด็นเดียวกับที่ได้พิพากษาไปแล้วไม่ได้ ส่วนข้อเท็จจริงเห็นพ้องตามศาลมณฑลทหารบกที่ ๗ พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงว่า เกี่ยวกับเวลากระทำผิดในฟ้องว่าเป็นเวลากลางวัน แต่ทางพิจารณาได้ความเป็นเวลากลางคืน ศาลควรยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ ส่วนข้อเท็จจริงต่อสู้ว่าป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดในเวลากลางวัน แต่ทางพิจารณาปรากฎว่าเหตุเกิดในเวลากลางคืนประมาณ ๒๒.๐๐ หรือ ๒๓.๐๐ น. ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ปํญหาข้อกฎหมายจึงเกิดขึ้น ๒ ข้อ คือ (๑) เมื่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๗ พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเหตุนี้แล้ว โจทก์อุทธรณ์และศาลทหารกลางวินิจฉัยว่า กรณีต้องนำเอามาตรา ๑๐๐ แห่ง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๔๙๖ มาใช้บังคับ จึงให้ยกคำพิพากษาศาลมณฑลทหารบกที่ ๗ ให้พิจารณาพิพากษาใหม่ และจำเลยมิได้เคยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลทหารกลางแต่อย่างใด ในชั้นนั้น เมื่อศาลทหารบกที่ ๗ พิจารณาใหม่แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยและศาลทหาร+ พิพากษายืนดังนี้แล้ว จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อนี้ได้หรือไม่ (๒) ถ้าจำเลยฎีกาได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่า โจทก์ฟ้องจำเลยไว้แล้วก่อน พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๖ ออกใช้บังคับ ศาลจะนำเอามาตรา ๑๐๐ แห่ง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารนั้นมาใช้ในการพิพากษาลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ในปัญหาข้อ (๑) นั้น เห็นว่า เมื่อศาลทหารกลางพิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลมณฑลทหารบกพิจารณาพิพากษาใหม่ คดีนี้ยังหาได้ถึงที่สุดประการใดไม่ และข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย คู่ความหรือศาลย่อมยกขึ้นกล่าวอ้างได้ไม่ว่าในขณะใดตราบที่คดียังไม่ถึงที่สุดตาม ป.วิ.อาญามาตรา ๑๙๕วรรค ๒ ส่วนปัญหาข้อ (๒) นั้น เห็นว่า ศาลหาอาจนำมาตรา ๑๐๐ แห่ง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่+) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาบังคับแก่คดีนี้ได้ไม่ เพราะจะเป็นการนำเอากฎหมายที่ออกใช้ภายหลังมาลงโทษจำเลยซึ่งได้ฟ้องไว้ก่อนแล้ว และฟ้องของโจทก์ที่ผิดจากข้อเท็จจริงไปนั้นเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องซึ่งเกิดขึ้นก่อน พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๔๙๖ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะใช้บังคับได้ก็แต่ฉะเพาะฟ้องที่ไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นภายหลังวันใช้บังคับกฎหมายเท่านั้น กฎหมายใหม่ในกรณีเช่นนี้หาอาจไปแก้ไขฟ้องที่ไม่ถูกต้องให้เป็นการถูกต้องขึ้นได้ไม่ พิพากษายกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2498 อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 7 โจทก์ พลทหารทุน โชยกาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 7 · จำเลย - พลทหารทุน โชยกาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 917/2564ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484ฎีกา 831/2532ฎีกา 11/2539ฎีกา 635/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา