⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 604/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2498

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 กับอีกคนหนึ่งถือมีดคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ ในขณะที่คนร้ายอีกคนหนึ่งขู่เข็ญจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ ดังนี้จำเลยที่ 1 มีผิด ตามมาตรา 301 ส่วนจำเลยที่2,3 เมื่อได้ปืนก็ปลีกตัวไปเสียก่อนยังไม่ได้มีการขู่เข็ญเจ้าทรัพย์มาเกิดการขู่เข็ญขึ้นภายหลัง เป็นการขาดตอนมิได้เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2,3 แล้ว จำเลยทั้งสองจึงเพียงแต่มีผิดตาม ม. 294 ตอน 2 ประกอบด้วย ม.293 ข้อ 7-11 และ ม.294 ข้อ 1 เท่านั้น ฟ้องว่าปล้นทรัพย์ได้ความว่าลักทรัพย์ลงโทษได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.293 กฎหมายลักษณะอาญา ม.294 กฎหมายลักษณะอาญา ม.301 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่ามีคนร้าย ๖ คน สามคนอยู่ที่ประตูรั้วบ้านอีก ๓ คนเข้าไปในรั้วบ้าน ชายที่ยังจับไม่ได้ขึ้นไปบนบ้านจำเลยที่ ๑ กับนายฉัตรถือมีดคอยรับของอยู่ข้างล่าง จำเลยที่ ๒,๓ กับนายประเสริฐคอยรับของดูต้นทางหน้าประตูรั้วบ้าน คนขึ้นบนเรือนส่งปืนให้แก่นายฉัตร ๆ รับส่งให้นายประเสริฐ ๆ ได้ปืนแล้วเดินกลับไปปากซอย จำเลยที่ ๒,๓ เดินตามออกมาด้วย สามคนยังคงอยู่ในบ้าน ตอนนี้เจ้าทรัพย์มาพบคนที่ขึ้นบนเรือน ๆ ชักมีดขู่เข็ญเจ้าทรัพย์แล้วหนีไปพร้อมกับจำเลยที่ ๑ และนายฉัตร ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยทั้งสามกับพวกสมคบกันทำการปล้นทรัพย์รายนี้จริง จำคุกคนละ ๑๐ ปี ตามม.๓๐๑ เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ตาม ม.๗๒ เป็นจำคุก ๑๕ ปี พ้นโทษแล้วให้ส่งไปกักกันอีก ๓ ปี ตามมาตรา ๘,๙ พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ส่วนจำเลยที่ ๑ เมื่อเพิ่มและลดโทษตาม ม.๗๓,๕๙ แล้วคงจำคุก ๑๐ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลล่างทั้งสองสำหรับจำเลยที่ ๑แต่เห็นว่าสำหรับจำเลยที่ ๒,๓ นั้น เมื่อได้ปืนก็ปลีกตัวไปเสียก่อนแล้วซึ่งขณะนั้นยังหาได้มีการขู่เข็ญเจ้าทรัพย์อันเป็นองค์สำคัญในความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่อย่างใดไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในภายหลังขาดตอนและมิได้เกี่ยวข้องกับจำเลยทั้งสองคนนี้แล้ว จำเลยทั้งสองจึงควรมีความผิดฐานเป็นตัวการในการลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยมีพรรคพวกและศาสตราวุธเท่านั้น ไม่เป็นผิดฐานปล้นทรัพย์ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาซึ่งต่างกับการกระทำของจำเลยที่ ๑ เพราะจำเลยที่ ๑ ยังคงถือมีดคุมเชิงอยู่ในบ้านของเจ้าทรัพย์ในขณะที่เกิดการขู่เข็ญเจ้าทรัพย์ขึ้น และจำเลยที่ ๑ และนายฉัตรมีโอกาศที่จะช่วยเหลือพรรคพวกของตนที่เป็นคนเก็บของอยู่บนเรื่อนนั้นได้ จึงต้องเป็นผิดฐานเป็นโจรปล้นทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ฉะเพาะจำเลยที่ ๑ ให้ลดโทษตาม ก.ม.อาญา ม. ๕๘ ทวิเสีย ๑ ใน ๓ ส่วนจำเลยที่ ๒,๓ ผิดตาม ม.๒๙๔ ตอน ๒ อันประกอบด้วยม.๒๙๓ ข้อ ๗-๑๑ และม.๒๙๔ ข้อ ๑,๕๙,๗๓ คงเหลือกำหนดโทษจำเลยที่ ๓ ๓ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๒ ๕ปี นอกจากนี้คงเป็นไปตามเดิมตลอดจนเรื่องโทษกักกัน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2498 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายกุล นายเล้วหรืออำพัน นายประสิทธิ์หรือแอ๊ด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายกุล นายเล้วหรืออำพัน นายประสิทธิ์หรือแอ๊ด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หลวงบรหารพินิจฉัยกิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 709/2483ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 726/2487ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา