⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 673/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2498

ป.พ.พ. ม.237 · ป.วิ.แพ่ง ม.288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายฝากที่ทำขึ้นโดยสมยอมไม่สุจริตและทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้สามารถยกขึ้นอ้างเพื่อขัดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยึดทรัพย์ของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้อง ๆ ขัดทรัพย์ว่าจำเลยได้ขายฝากไว้กับตนโดยชอบด้วยก.ม.โจทก์เถียงว่าการขายฝากระหว่างจำเลยกับผู้ร้องไม่ชอบด้วย ก.ม. + ฯลฯ สัญญาอำนาจที่จะวินิจฉัยชี้ขาดว่านิติกรรมการขายฝากนั้นทำขึ้นโดยสมยอมไม่สุจริตทำให้โจทก์เสียเปรียบหรือไม่ โดยโจทก์ไม่ต้องไปฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมก่อนตาม ม.237 แห่ง ป.พ.พ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ชนะความจำเลยแล้วยึดที่ดินมีตราจอง ๑ แปลง และเรือน ๒ หลัง ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อใช้หนี้โจทก์ ผู้ร้อง ๆ ขัดทรัพย์ว่าเดิมเป็นทรัพย์ของจำเลย ๆ ได้ทำสัญญาขายฝากจดทะเบียนก่อนโจทก์ฟ้องคดีและมีค่าตอบแทนโดยถูกต้องชอบด้วย ก.ม. แล้ว โจทก์แก้ว่าจำเลยและผู้ร้องทำการฉ้อฉลมีเจตนาไม่สุจริตสมคบกันทำสัญญาขายฝากโดยรู้ความจริงว่าทำให้โจทก์เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ เป็นการป้องกันทรัพย์ของจำเลยให้พ้นจากการชำระหนี้ทำให้โจทก์เสียเปรียบ สัญญาขายฝากนั้นใช้ไม่ได้ตาม ก.ม. ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานและมีคำสั่งว่าจำเลยได้โอนกรรมสิทธิขายฝากทรัพย์ที่โจทก์ยึดให้แก่ผู้ร้องไปแล้วจึงไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยโจทก์จะนำยึดไม่ได้ ที่โจทก์อ้างว่าเป็นการฉ้อฉลเป็นเรื่องที่โจทก์จะว่ากล่าวกับผู้ร้องและจำเลยอีกส่วนหนึ่งต่างหาก จึงให้ถอนการยึดทรัพย์นั้นเสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าทรัพย์รายพิพาทเป็นของจำเลยหรือของผู้ร้องตาม ม.๒๘๘ ป.วิแพ่ง ซึ่งโจทก์เถียงว่าการขายฝากระหว่างจำเลยและผู้ร้องทำขึ้นโดยสมยอมไม่สุจริต ศาลชี้ขาดในประเด็นได้โดยไม่ต้องให้ไปฟ้องขอ+ถอนก่อนอ้างฎีกาที่ ๒๕๔/๘๒ จึงพิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินต่อไปตามกระบวนความ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นข้อโต้เถียงในเรื่องนี้คงมีว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้เป็นของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาหรือเป็นทรัพย์ของผู้ร้อง ฝ่ายผู้ร้องอ้างว่าเดิมเป็นทรัพย์ของจำเลยแต่จำเลยได้ขายฝากให้แก่ผู้ร้องไว้โดยถูกต้องด้วย ก.ม. แต่ฝ่ายโจทก์ยังคงเถียงว่าการขายฝากระหว่างจำเลยกับผู้ร้องนี้นไม่ชอบด้วย ก.ม. ฯลฯสัญญาขายฝากนั้นจึงใช้ไม่ได้ตาม ก.ม. อันจำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงที่ต่างได้เถียงกันเสียก่อนจึงจะชี้ขาดตัดสินคดีได้ และเรื่องเช่นนี้โจทก์ฎีกาจำเป็นต้องฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลระหว่างจำเลยและผู้ร้องเสียก่อน ตาม ม.๒๓๗ ป.พ.พ.ไม่ ดังแบบอย่างฎีกาที่ศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2498 นางน่วม ปั้นลี้ โจทก์ นายจรัส รักษาสัตย์ จำเลย นายอำนาจ รักษาสัตย์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางน่วม ปั้นลี้ · จำเลย - นายจรัส รักษาสัตย์ · ผู้ร้อง - นายอำนาจ รักษาสัตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสรรคโลก - นายสุนทร ศิลปไชย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอนุสรรนิติสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2675/2559ฎีกา 1706/2515ฎีกา 5265/2533ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534ฎีกา 924/2503ฎีกา 648/2513ฎีกา 396/2523ฎีกา 7198/2558ฎีกา 704/2522ฎีกา 548/2532ฎีกา 1707/2529ฎีกา 3454/2533ฎีกา 1762/2530ฎีกา 264/2547ฎีกา 1237/2555ฎีกา 1130/2496ฎีกา 8856/2551ฎีกา 3832/2530ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 1218/2534ฎีกา 3278/2535ฎีกา 2518/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา