⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 809/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลหลายคนร่วมกันกระทำการละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น แต่ละคนอาจรับผิดในความเสียหายแตกต่างกันไปตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการละเมิดของตน

ย่อคำพิพากษา

ความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดนั้น อาจเกิดจากบุคคลหลายคนทำการละเมิดให้เกิดความเสียหายก็ได้ เช่นในคดีขับรถยนต์กันโดยประมาท และแต่ละฝ่ายอาจรับผิดในความเสียหายยิ่งหย่อนกว่ากันได้ สุดแต่ศาลจะวินิจฉัยตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด จำเลยที่ 2 เป็นคนขับรถของนายจ้างจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 เป็นคนขับรถของนายจ้างจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 2 ที่ 4 ขับรถชนกันโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายตาย ผู้ตายเป็นหัวหน้าครอบครัว ดังนี้เมื่อโจทก์ต่างเป็นผู้อยู่ในความอุปการะของผู้ตาย จึงต่างเป็นผู้มีประโยชน์ร่วมกันในคดี ย่อมเป็นโจทก์ฟ้องร่วมกันได้ ตาม ม. +9 วิ.แพ่ง ฝ่ายจำเลยแม้มิได้มีประโยชน์ร่วมกันก็ต้องรับผิดในความเสียหายอันเดียวกัน จำเลยทั้ง 4 จึงถูกฟ้องร่วมกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่านายบุญทา บุษแก้ว สามีโดยชอบธรรมด้วย ก.ม. ของโจทก์ที่ ๑ เกิดบุตรด้วยกันที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคือโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ ซึ่งนายบุญทาต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษา จำเลยที่ ๑ เป็นนายจ้างจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ เป็นนายจ้างจำเลยที่ ๔ ในทางการจ้างขับรถยนต์รับคนโดยสารและรับขนของซึ่งจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ นายจ้างจะต้องรับผิดชอบร่วมกันกับจำเลยที่ ๒,๔ ตามกฎหมาย จำเลยที่๒,๔ ขับรถโดยมิได้ระมัดระวังอันเป็นวิสัยของปุถุชนในขณะที่จะสวนทางกันเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันที่จำเลยทั้งสองขับมาชนกันอย่างแรง ไม้กั้นข้างรถยนต์หักแทงถูกนายบุญทา อาศัยนั่งมาในรถคันที่จำเลยที่ ๒ ขับมา ถึงแก่ความตาย เนื่องจากการละเมิดของจำเลยที่ ๒,๔ ในทางการจ้างของจำเลยที่ ๑,๓ โจทก์ขอให้จำเลยทั้ง ๔ ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนคือค่าปลงศพ ค่าอุปการะเลี้ยงดู ฯ รวมเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑,๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ประมาทเหตุเกิดเพราะถูกรถอีกคันหนึ่งชนเอา จำเลยไม่ต้องรับผิด โจทก์กับนายบุญทามิได้เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วย ก.ม. โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าเสียหายเกิดจากการคาดคะเนและสูงเกินควร จำเลยที่ ๑,๓ ต่างเป็นเจ้าของรถของตน จำเลยที่ ๒,๔ ต่างเป็นลูกจ้างของแต่ละคนแยกกัน ไม่ต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓,๔ ให้การว่าจำเลยที่ ๔ มิได้ประมาทเหตุเกิดเพราะรถคันที่จำเลยที่ ๒ ขับชนรถจำเลยที่ ๓ จำเลยไม่ต้องรับผิด และต่อสู้อย่างอื่นทำนองเดียวกันจำเลยที่ ๑,๒ ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาให้จำเลยที่ ๑,๒ และ ๓,๔ ใช้ค่าปลงศพแก่โจทก์ฝ่ายละ ๕๐๐ บาท และให้จำเลยทั้ง ๔ รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์อีก ๑๙,๖๐๐ บาทโดยแบ่งความรับผิดดังนี้ คือให้จำเลยที่ ๑,๒ รับผิด ๒ ใน ๓ ส่วน และจำเลยที่ ๓,๔ รับผิด ๑ใน ๓ ส่วน และให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันศาลพิพากษาเป็นต้นไป นับแต่วันละเมิดไม่ได้เพราะจำนวนเงินที่โจทก์ขอมาไม่แน่นอน และไม่ใช่กรณีที่ต้องใช้ราคาทรัพย์ตาม ป.พ.พ.ม. ๙๘๐ จำเลยทั้ง ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง ๔ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าความเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิดนั้นอาจเกิดจากบุคคลหลายคนทำการละเมิดให้เกิดความเสียหายก็ได้ เช่นจำเลยที่ ๒,๔ ต่างฝ่ายต่างขับรถยนต์ชนกันโดยประมาทในคดีนี้ และจำเลยที่ ๑,๓ ต้องรับผิดในฐานะเป็นนายจ้างตาม ม. ๔๒๕ นายบุญทาผู้ตายเป็นหัวหน้าหาเลี้ยงครอบครัว โจทก์เป็นผู้อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้ตาย จึงมีประโยชน์ร่วมกันในคดี ย่อมเป็นโจทก์ฟ้องร่วมกันได้ ตาม ป.วิ.แพ่ง.ม. ๕๙ ฝ่ายจำเลยทั้ง ๔ แม้จะมิได้มีประโยชน์ร่วมกันก็ต้องรับผิดในความเสียหายอันเดียวกัน จำเลยทั้ง ๔ จึงถูกฟ้องร่วมกันได้ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ความรับผิดในค่าเสียหายไม่ควรจะยิ่งหย่อนกว่ากันนั้น ป.พ.พ.ม. ๔๓๘ วรรคต้น บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า "ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด" เรื่องนี้ศาลฟังข้อเท็จจริงแห่งการละเมิดในคดีอาญาว่าจำเลยที่ ๒ ประมาทยิ่งกว่าจำเลยที่ ๔ ลงโทษหนักกว่าเท่าตัว ฉนั้นที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ ๑,๒ รับผิดในค่าเสียหาย ๒ เท่า ของจำเลยที่ ๓,๔ จึงเป็นการชอบด้วยพฤติการณ์แห่งคดีและบท ก.ม.แล้ว และเห็นว่าค่าเสียหายนั้นศาลล่างทั้งสองกำหนดให้สมด้วยฐานะของโจทก์แล้ว ไม่มากเกินไป ฯลฯ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2498 นางจันทา บุษแก้ว และผู้แทนโดยชอบธรรมของนายเทวี บุษแก้ว ที่ 2 นายบุญทบ บุษแก้วที่ 3 ด.ช. บุญช่วย บุษแก้ว ที่ 4 ด.ญ.อินทรง บุษแก้ว ที่ 5 โจทก์ บริษัท ส.ร.ช. จำกัด โดยหลวงสำเริงณรงค์ ประธานกรรมการที่ 1 นายดำเนิน

รายละเอียดคดี

คู่ความและผู้แทนโดยชอบธรรมของนายเทวี - นางจันทา บุษแก้ว · ด.ญ.อินทรง - บุษแก้ว ที่ 2 นายบุญทบ บุษแก้วที่ 3 ด.ช. บุญช่วย บุษแก้ว ที่ 4 · โจทก์ - บุษแก้ว ที่ 5 · นายดำเนิน - บริษัท ส.ร.ช. จำกัด โดยหลวงสำเริงณรงค์ ประธานกรรมการที่ 1
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · นนทประชา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายยงยุทธ เลอลภ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1479/2542ฎีกา 481/2526ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2335/2551ฎีกา 2501/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4192/2536ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 2080/2548ฎีกา 2738/2554ฎีกา 1660/2518ฎีกา 801/2521ฎีกา 270/2496ฎีกา 3912/2526ฎีกา 189/2540ฎีกา 276/2520ฎีกา 9571/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา