⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1060/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1060/2499

ลักษณะอาญา ม.41, 157, 315 · ป.อาญา ม.41, 157, 315

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำเอกสารที่ถูกปลอมแปลงไปใช้ในการดำเนินคดีอาญา ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 315 และอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 หากผู้กระทำเป็นเจ้าพนักงาน การรอการลงโทษจำเลยอาจพิจารณาจากพฤติการณ์ที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ โจทก์ไม่ติดใจเอาความ และจำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน

ย่อคำพิพากษา

การที่ได้รับมอบลายมือชื่อของเขาไปเพื่อขอรถตู้ แต่กลับเอาไปเขียนข้อความว่าได้แบ่งปันผลกำไรการค้ากันแล้วนำเอาเอกสารพยานเท็จนั้นมาอ้างในคดีเช่นนี้นอกจากเป็นความผิดตาม ม.315 แล้วยังต้องมีความผิดตาม ม.157 อีกด้วย พฤติการณ์ที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ ๆ ยอมปรองดองไม่ติดใจเอาความแก่จำเลย ๆ ไม่เคยต้องโทษมาก่อนดังนี้ควรรอการลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.41 กฎหมายลักษณะอาญา ม.157 กฎหมายลักษณะอาญา ม.315 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.315

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.315 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์หาว่าจำเลยได้รับมอบหมายลายมือชื่อโจทก์ซึ่งเซ็นให้ในกระดาษเปล่าเพื่อให้ไปขอตู้รถไฟแต่จำเลยรับเอามาเขียนข้อความว่าโจทก์จำเลยได้แบ่งปันผลกำไรในการค้ากันไปแล้ว แล้วนำเอกสารนี้ไปใช้เป็นหลักฐานพยานในคดีที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งผลกำไรจากจำเลย ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย ๖ เดือนตาม ม.๑๕๗ จำเลยที่ ๑ จำคุก ๔ เดือนฐานสมรู้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนคดี ศาลอุทธรณ์อนุญาตเฉพาะความผิดส่วนตัวตาม ม.๓๑๕ ส่วน ม.๑๕๗ เป็นอาญาแผ่นดินไม่อนุญาต คดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ จึงยุติคงเหลือแต่จำเลยที่ ๒ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่๒ ฎีกาว่าเมื่อโจทก์ได้มอบลายมือชื่อให้จำเลยไปเพื่อการขอรถตู้แต่กลับเอาไปใช้อ้างเป็นหลักฐานในคดีแพ่งเช่นนี้เป็นผิดตาม ม.๓๑๕ อย่างเดียวหาผิดตาม ม.๑๕๗ ด้วยไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่าเมื่อนำเหตุการณ์พยานเท็จนั้นมาอ้างในคดีก็ต้องมีความผิด ตาม ม.๑๕๗ อีกด้วยตามที่ศาลทั้งสองวางบทมาชอบแล้ว แต่ศาลฎีกาพิเคราะห์ดูรูปคดีที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองมีกรณีพัวพันเกี่ยวกับหุ้นส่วนกันหลายคดี และทั้งโจทก์คดีนี้ก็ยอมปรองดองไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยที่ ๒ ซึ่งไม่ปรากฎว่าเคยต้องโทษมาก่อนเช่นนี้ ควรรอการลงโทษไว้ จึงพิพากษาแก้ให้รอการลงโทษไว้ในกำหนด ๑ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1060/2499 นายติ๊ป สุวันณมา โจทก์ นายประดิษฐ์ พงษธา ที่ 1 นายสี่ หรือหลี แต้ประจิตร หรือ แซ่แต้ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายติ๊ป สุวันณมา · จำเลย - นายประดิษฐ์ พงษธา ที่ 1 นายสี่ หรือหลี แต้ประจิตร หรือ แซ่แต้ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายศิริ อติโพธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปรีชาดุลยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 1891/2500ฎีกา 455/2485ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 50/2563ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 13646/2558ฎีกา 4392/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 1521/2503ฎีกา 2747/2529ฎีกา 858/2523ฎีกา 4209/2567ฎีกา 3152/2532ฎีกา 9083/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา