⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1246-1247/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246-1247/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฎีกาในข้อเท็จจริงในคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2,000 บาท ต้องห้ามตามกฎหมาย * การสืบพยานที่สอดคล้องกับประเด็นแห่งคดีถือว่าเป็นการสืบที่ถูกต้อง * อายุความฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองจะยังไม่เริ่มนับ จนกว่าผู้ครอบครองแทนจะได้บอกกล่าวแก่เจ้าของว่าตนไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนอีกต่อไป * เจ้าของรวมมีสิทธิจำหน่ายส่วนของตนที่มีสิทธิได้ เว้นแต่จะเป็นการจำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมด

ย่อคำพิพากษา

คดีสองเรื่องพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์รายเดียวกัน สำนวนแรก+ทุนทรัพย์มาเกิน 2,000 บ.ส่วนสำนวนหหลังตั้งทุนทรัพย์มาไม่เกิน 2,000 บ. (คือ 2000 บ.) ดังนั้นฉะเพาะคดีหลังย่อมต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.แพ่ง ม.248 (อ้างฎีกาที่ 79,80/94) กล่าวฟ้องว่าโจทก์และผู้มีชื่อในโฉนดปกครองร่วมกันมาทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าเมื่อซื้อแล้วก็ใส่ชื่อผู้ซื้อในโฉนดแล้วโจทก์และผู้มีชื่ออีกคนหนึ่งมอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ดูแลปกครองที่ดินดังนี้ย่อมถือว่าเป็นการสืบถูกต้องตามประเด็นในฟ้องแล้ว เมื่อปรากฎว่าจำเลยครอบครองแทนผู้มีชื่อในโฉนดอื่นแล้วอายุความฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองตาม ม.1375 ก็ไม่ตั้งต้นจนกว่าจะได้บอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าตนไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองคือเจ้าของอีกต่อไปตาม ม.1381 เจ้าของรวมคนหนึ่งในโฉนดมีสิทธิจำหน่ายส่วนที่ตนมีสิทธิได้ ตาม ม.1361 วรรค 1 เพราะไม่ใช่เป็นการจำหน่ายตัวทรัพย์สินทั้งหมดตามในวรรค 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1361 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สองคดีนี้ศาลรวมพิจารณาสำนวนแรกนายแพ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่ตามหน้าโฉนดให้ ๑ ใน ๓ โดยโจทก์ซื้อจากนายหล่อผู้ถือกรรมสิทธิร่วมจำเลยให้การว่านายหล่อสละให้จำเลยเพื่อหักกลบลบหนี้ ส่วนสำนวนหลังนายผูกฟ้องจำเลยขอแบ่งแยกที่ดินแปลงเดียวกัน จำเลยให้การว่านายผูกขายให้แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งที่ดินเป็น ๓ ส่วน ให้นายแพ นายผูกจำเลยคนละส่วนไม่ตกลงให้ขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนรวมกัน ศาลฎีกาปรึกษาแล้วคดีแรกที่นายแพเป็นโจทก์มีทุนทรัพย์ ๓,๐๐๐ บ.คดีหลังนายผูกเป็นโจทก์มีทุนทรัพย์ ๒,๐๐๐ บ.จำเลยจึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๒๔๘ เฉพาะคดีหลังจำเลยฎีกาได้แต่+ ก.ม.ตามนับฎีกาที่ ๗๙ ,๘๐/๒๔๙๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการมีชื่อในโฉนด ก.ม.สันนิษฐานว่าเป็นผู้มีกรรมสิทธิกล่าวคือเป็นผู้ครอบครองด้วย นอกจากนั้นฟ้องทั้งสองสำนวนยังกล่าวย้ำอีกว่าผู้มีชื่อในโฉนดทั้งสามนั้นได้ปกครองร่วมกันมาด้วยฉะนั้นตามที่นายแพและนายผูกโจทก์นำสืบว่าเมื่อได้ซื้อที่พิพาทแล้วได้ใส่ชื่อผู้ซื้อทั้งสามคนคือนายหล่อ นายผูก (โจทก์) ได้มอบหมายให้นายเฮงจำเลยเป็นผู้ดูแลปกครองที่ดินจึงเป็นการสืบถูกต้องตามประเด็นในฟ้อง ชอบด้วย ป.วิ แพ่ง ม.๑๔๒ เมื่อจำเลยครอบครองในฐานะแทนนายหล่อและนายผูก โจทก์แล้วอายุความได้ตั้งต้นจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติตาม ป.พ.พ.ม.๑๓๘๑ โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าตนไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองคือเจ้าของเดิมอีกต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่านายหล่อมีสิทธิจำหน่ายส่วนของตนได้ตาม ม.๑๓๖๑ วรรค ๑ กรณีไม่ต้องตาม ม.๑๓๖๑ วรรค ๒ เพราะเป็นการจำหน่ายแต่ส่วนที่ตนมีสิทธิไม่ใช่เป็นการจำหน่ายตัวทรัพย์สินทั้งหมด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246 - 1247/2499 นายแพ สว่างผล โจทก์ นายเฮง ทิมวงษ์ จำเลย นายผูก สว่างผล โจทก์ นายเฮง ทิมวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแพ สว่างผล · จำเลย - นายเฮง ทิมวงษ์ · โจทก์ - นายผูก สว่างผล · จำเลย - นายเฮง ทิมวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเช้า เฉลิมช่วง · ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม ศิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 891/2510ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 5423/2553ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา