คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดยผู้ค้ำประกันมิได้ตกลงด้วย ย่อมทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงสละสิทธิ์ดังกล่าวไว้ในสัญญาค้ำประกันแล้ว.
ย่อคำพิพากษา
เรื่องกู้หนี้กันตามธรรมดาถ้าเจ้าหนี้ผ่อนเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้ โดยผู้ค้ำประกันมิได้ตกลงด้วยแล้วผู้ค้ำประกันก็ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด
แต่สำหรับเรื่องขอกู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารในคดีนี้ ผู้ค้ำประกันทำสัญญาไว้ว่าการผ่อนเวลาชำระหนี้แม้จะไม่ได้รับแจ้งก็ไม่เป็นเหตุให้ปลดเปลื้องความรับผิดของผู้ค้ำประกันแล้วในเมื่อธนาคารผ่อนเวลาชำระหนี้และการกู้เบิกเงินเกินบัญชีแก่ผู้เบิกในครั้งหลังจะมิได้แจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบและผู้ค้ำประกันมิได้ลงชื่อรับรองดังครั้งก่อนก็ดี ผู้ค้ำประกันก็จำต้องผูกพันตามสัญญาที่ทำกันไว้หาทำให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไปได้ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑,๒ เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนเหรียญโตโดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการ ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ไม่เกิน ๓๐๐๐ บาท และผ่อนชำระให้หมดใน ๒๔ ต.ค.๙๓ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน เมื่อครบกำหนดแล้วห้างหุ้นส่วนเหรียญโตโดยจำเลยที่ ๓ ยินยอมให้ขอผลัดผ่อนชำระหนี้หลายครั้งจนวันที่ ๒๔ เม.ย. ๙๕ เป็นวันครบชำระหนี้ครั้งสุดท้าย แล้วห้างหุ้นส่วนดังกล่าวเลิกกิจการโดยไม่ชำระบัญชีจำเลยที่ ๑,๒ จึงต้องรับผิด จำเลยที่ ๓ รับผิดในฐานะค้ำประกันขอให้บังคับจำเลยใช้เงินทั้งต้นและดอกเบี้ย ๓๒,๙๗๖.๐๓ บาท
จำเลยที่ ๑ ส่งหมายเรียกไม่ได้ ไม่มาสู้คดี
จำเลยที่ ๒ ให้การว่าเป็นหุ้นส่วนจริง การกู้หนี้ไม่รู้เห็นด้วย
จำเลยที่ ๓ ให้การว่าเป็นผู้ค้ำประกันจริง เมื่อครบกำหนดชำระได้รับรองการค้ำประกันต่ออีก ๓ เดือน ยอมรับผิดเพียงจำนวนหนี้ในวันนั้น ต่อมามิได้รับรองจึงไม่ต้องรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ ร่วมกันใช้เงินโจทก์ ๓๒,๙๗๖.๐๓ บาท
จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ว่าไม่ควรต้องรับผิด
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าห้างหุ้นส่วนเหรียญโตชำระหนี้ที่จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันให้เสร็จแล้วหนี้ที่โจทก์ฟ้องเกิดภายหลังซึ่งจำเลยที่ ๓ ไม่ได้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๓
โจทก์ฎีกา
ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยสำหรับจำเลยที่ ๓ คือ การที่โจทก์ผ่อนเวลาให้ห้างหุ้นส่วนเหรียญโตชำระหนี้และให้กู้เงินเกินบัญชีต่อมาโดยจำเลยที่ ๓ มิได้ให้หนังสือรับรองต่อโจทก์ดังเช่นคราวก่อน ๆ นั้นจำเลยที่ ๓ ยังคงจะต้องรับผิดต่อโจทก์ในหนี้สินนั้นอีกตาม ป.พ.พ. ม.๗๐๐ วรรคต้นหรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่าตามธรรมดาเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้โดยผู้ค้ำประกันมิได้ตกลงด้วยแล้วผู้ค้ำประกันก็ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด แต่สำหรับจำเลยที่ ๓ ผู้ค้ำประกันในคดีนี้ได้สัญญาค้ำประกันโดยมีข้อตกลงในสัญญาข้อ ๓ ว่า "ถ้าผู้ให้กู้ผ่อนเวลาให้แก่ผู้กู้ชำระหนี้โดยจะได้แจ้งหรือมิได้แจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบก็ตาม ผู้ค้ำประกันเป็นอันยอมตกลงด้วยการให้ผ่อนเวลาทุกครั้งไป และยอมมิให้ถือเอาการผ่อนเวลาเช่นว่านี้เป็นเหตุปลดเปลื้องความรับผิดของผู้ค้ำประกันเป็นอันขาด" ดังนี้ แม้การที่โจทก์ผ่อนเวลาการชำระหนี้และการกู้เงินเกินบัญชีแก่ห้างหุ้นส่วนเหรียญโตในสองครั้งหลังจะมิได้แจ้งให้จำเลยที่ ๓ ทราบดังเคยและจำเลยที่ ๓ ไม่ได้เซ็นชื่อรับรองดังคราวก่อน ๆ ก็ดี หาทำให้จำเลยที่ ๓ หลุดพ้นจากความรับผิดไปไม่ เพราะจำเลยที่ ๓ ต้องผูกพันอยู่โดยข้อสัญญาข้อ ๓ ดังกล่าว
จึงพิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2499
สหธนาคารกรุงเทพจำกัด โดยหลวงประเจิดอักษรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ
นายจิ้มบุ้นหรือจิ้งบุ้ง แซ่ฉั่ว ที่ 1 นายเซี่ยวเม้งแซ่เล้าที่ 2 นายสรรเสริญ เลา
หวณิชย์ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | กรรมการผู้จัดการ - สหธนาคารกรุงเทพจำกัด โดยหลวงประเจิดอักษรลักษณ์ · เลา - นายจิ้มบุ้นหรือจิ้งบุ้ง แซ่ฉั่ว ที่ 1 นายเซี่ยวเม้งแซ่เล้าที่ 2 นายสรรเสริญ · จำเลย - หวณิชย์ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายห้วน ประชาบาล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา