คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สัญญาค้ำประกันไม่จำเป็นต้องมีพยานหรือผู้เขียน และไม่จำเป็นต้องระบุสถานที่ทำสัญญา
* การที่เจ้าหนี้ผ่อนผันการชำระหนี้ให้ลูกหนี้ หรือให้หาผู้ค้ำประกันรายใหม่ ไม่ทำให้ผู้ค้ำประกันเดิมหลุดพ้นความรับผิด
* ผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นฟ้องคดีแทนได้
* ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น จะยกขึ้นกล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้
* คำแถลงในศาลชั้นต้นไม่ถือเป็นประเด็นแห่งคดี เว้นแต่จะมีการยกขึ้นว่ากล่าวเป็นประเด็น
* การอ้างพยานหลักฐานใหม่ในชั้นศาลอุทธรณ์ อยู่ในดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่จะอนุญาตหรือไม่ก็ได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญาค้ำประกันไม่จำต้องระบุสถานที่ทำและไม่ต้องมีชื่อพยานและผู้เขียน
ค้ำประกันหนี้ไนอนาคตและไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ เจ้าหนี้ผ่อนไห้ลูกหนี้ชำระเปนงวด ๆ และไห้หาประกันมาไหม่อีกได้ไม่ทำไห้ผู้ค้ำประกันเดิมหลุดพ้น
ข้อบังคับของบริสัทไห้อำนาดกัมการคนเดียวลงนามแทนบริสัทได้ ก็ย่อมมีอำนาดลงนามผู้เดียวมอบอำนาดไห้ผู้อื่นฟ้องความได้ตาม ม. 1144 ไม่เกี่ยวกับ ม. 801
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวไนสาลล่าง จะยกขึ้นดีกาไม่ได้
คำแถลงไนสาลล่างนั้นไม่ถือว่าเปนประเด็นที่ยกขึ้นว่ากล่าวไนชั้นั้นเพราะคำแถลงเปนเพียงอธิบายประเด็นแห่งคดี
การที่จะอ้างพยานเปนครั้งแรกไนสาลอุธรน์ได้หรือไม่นั้น หากอ้างได้ก็หยู่ไนดุลพินิจของสาลอุธรน์ที่จะอนุญาตหรือไม่ก็ได้
พรึติการน์ที่ถือว่าไม่ควนอนุญาตไห้พยานหลักถานที่พึ่งค้นพบไนชั้นสาลอุธรน์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
สาลชั้นต้นพิพากสาไห้จำเลยที่ ๑ ไช้เงินไห้โจท ๒๖๕๙ บาท +ไห้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับผิดไช้เงินนั้นคนละ ๑๐๐๐ บาท สาลอุธรน์พิพากยืน
จำเลยที่ ๒,๓ ดีกา สาลดีกาตัดสินว่า ดีกาข้อ ๑,๒,๘ จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวไนสาลล่างจึงไม่รับวินิฉัย.
ดีกาข้อ ๓ จำเลยว่าสัญญาไม่ระบุสถานที่ทำ ไม่มีชื่อพยานและชื่อผู้เขียน สาลดีกาเห็นว่าไม่มีกดหมายบังคับว่าต้องปรากตรายการเหล่านั้น ส่วนข้อที่ว่า โจทเรียกประกันไหม่และยังผ่อนผันไห้จำเลยที่ ๑ มีประกันผ่อนชำระเงินอีกสแดงว่าโจทสละสิทธิตามประมวนแพ่งและพานิชมาตรา ๖๘๑ นั้น ไนข้อนี้สาลแพ่งตัดสินว่า การค้ำประกันรายนี้เปนการค้ำประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นไนอนาคตตามมาตรา ๖๘๑ วัค ๒ และไนการประกันหนี้รายนี้มิได้กำหนดเวลาที่จะต้องชำระกันแน่นอน กรนีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา ๗๐๐ การที่โจท+เวลาไห้จำเลยชำระเงินเปนงวดจึงไม่ทำไห้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้น สาลดีกาเห็นชอบด้วยสาลแพ่งและเห็นว่าจะถือว่าโจทสละสิทธิไนสัญญาค้ำประกันไม่ได้.
ดีกาข้อ ๔ จำเลยอ้างว่าฟ้องโจทเคลือบคลุม จำเลยมิได้ต่อสู้ไนชั้นสาลแพ่งเปนแต่กล่าวไว้ไนคำแถลงการจะถือว่ายกต่อสู้ไว้ไม่ได้ เพราะคำแถลงเปนแต่เพื่อสแดงหรือทบทวนหรือยืนยันหรืออธิบายสิ่งที่เปนประเด็นไนคดี ไม่ไช่ตั้งประเด็นขึ้นไหม่
ดีกาข้อ ๕ จำเลยว่านายเอส+รับมอบอำนาดจากกัมการของบริสัทโจทแต่นายเดียว สาลดีกาฟังว่าข้อบังคับของบริสัทไห้กัมการคนหนึ่งมีอำนาดลงชื่อและประทับตราของบริสัทเปนสำคันแทนบริสัทได้ ฉนั้น+กัมการคนหนึ่งจึงมีอำนาดมอบอำนาดไห้ฟ้อง+ตามมาตรา ๑๑๔๔ ส่วนมาตรา ๘๐๑(๕) +เปนเรื่องที่กัมการจะมอบอำนาด+ยอมรับจะต้องทำไห้ถูกต้องมาตรานี้ + ไช่ตัดอำนาดกัมการไม่
+ไนเรื่องอ้างเอกสารเพิ่มเติม + ไม่อนุญาต สาลดีกาเห็นว่าจดหมายนั้น+และหยู่บ้านเดียวกับจำเลย ำจเลยมิได้บอก พึ่งค้นพบเมื่อตาย สาลดีกา+ไม่เปนเหตุพอตามกดหมาย และถึง +จะอ้างได้ก็หยู่ไนดุลพินิจของสาล+อนุญาตหรือไม่ก็ได้
+พิพากสายืนตามสาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2486
บริสัทไอเรียนเดลสโตร์จำกัด โดยนายเอส+ ผู้รับมอบอำนาด นายบันลูน
นาง+ ขุนพานิชธลาสิน โจทก์
ขุนจรรยาระบิน นางกิมแฉ่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | นายบันลูน - บริสัทไอเรียนเดลสโตร์จำกัด โดยนายเอส+ ผู้รับมอบอำนาด · โจทก์ - นาง+ ขุนพานิชธลาสิน · จำเลย - ขุนจรรยาระบิน นางกิมแฉ่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญ โปษยานนท์ · เคลื่อน อิสรภักดี · ประมูล สุวรรณศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา