⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1983/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลได้ยกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานสมคบกันทำร้ายร่างกาย โดยวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อใด ถือเป็นคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยหาว่าสมคบกันทำร้ายร่างกายโจทก์มีบาดเจ็บสาหัส ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องคดีนั้นโดยเห็นว่าฟ้องของโจทก์มิได้ระบุรายละเอียดตาม ป.วิ.อ. ม.158 (5) เกี่ยวกับเวลาที่จำเลยกระทำผิด รุ่งขึ้นโจทก์จึงมายื่นฟ้องใหม่อีก โดยกล่าวในฟ้องระบุวันเวลากระทำผิดนอกนั้นคงมีข้อความอย่างเดียวกับฟ้องเดิม เช่นนี้ถือว่าเวลากระทำผิดเป็นข้อสำคัญที่โจทก์จะต้องกล่าวมาในฟ้องเพราะเป็นข้อเท็จจริงในเรื่องความผิดที่จำเลยกระทำลง จึงได้ชื่อว่าศาลได้ยกฟ้องในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วตาม ป.วิ.อาญา ม.39 (4) คือได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง แม้คดีนี้จะเป็นคดีราษฎรฟ้องกันเองซึ่งศาลยังมิได้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ดี เพียงข้อความที่โจทก์กล่าวมาในใบฟ้องถึงการกระทำทั้งหลายของจำเลย ศาลก็อาจวินิจฉัยและพิพากษาคดีไปได้โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยหาว่าสมคบกันทำร้ายร่างกายโจทก์บาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๖,๖๓ ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้วเห็นว่าฟ้องโจทก์มิได้ระบุรายละเอียดตาม ป.วิ อาญา ม.๑๕๘ (๕) คือไม่มีเวลาที่จำเลยกระทำผิด ศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องในข้อสาระสำคัญเช่นนี้ก็ดูจะไม่เป็นธรรมแก่จำเลยเพราะเวลากระทำผิดเป็นข้อสำคัญแก่คดีมาก จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ รุ่งขึ้นโจทก์ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีนี้อีกโดยกล่าวมาในฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๒ ต.ค.๙๘ เวลากลางวัน ฯ นอกนั้นคงมีข้อความอย่างเดียวกับในฟ้องเดิม ศาลชั้นต้นเห็นเป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.อาญา ม.๓๙ (๔) จึงให้ยกฟ้องโจทก์เสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาคดีนี้แล้วได้ความว่าโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยกรณีความผิดเรื่องนี้ครั้งหนึ่งศาลได้ยกฟ้องคดีนั้นโดยเห็นว่าฟ้องโจทก์มิได้ระบุรายละเอียดตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘ (๕) คือไม่มีเวลาที่จำเลยกระทำผิด จึงสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ รุ่งขึ้นโจทก์จึงมายื่นฟ้องใหม่อีก เห็นว่าเวลากระทำผิดเป็นข้อสำคัญที่โจทก์จะต้องกล่าวมาในฟ้องเพราะเป็นข้อเท็จจริงในเรื่องความผิดที่จำเลยกระทำลง จึงได้ชื่อว่าศาลได้ยกฟ้องในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วตาม ป.วิ.อาญา ม.๓๙ (๔) คือได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง แม้คดีนี้จะเป็นคดีราษฎรฟ้องกันเองซึ่งศาลยังมิได้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนดังฎีกาโจทก์คัดค้านมาก็ดี แม้แต่เพียงข้อความที่โจทก์กล่าวมาในใบฟ้องถึงการกระทำทั้งหลายของจำเลยศาลก็อาจวินิจฉัยและพิพากษาคดีไปได้โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน เหตุฉนี้จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2499 นายเตี้ยม อ่วมสอาด โจทก์ นายเลื่อน มะลงรอย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเตี้ยม อ่วมสอาด · จำเลย - นายเลื่อน มะลงรอย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายประสพ ปรัชญาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา