⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3905/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3905/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ.

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนจำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าสงวนแห่งชาติเนื้อที่ 30 ไร่เศษ โดยเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดินของจำเลยตาม ส.ค.1 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยเข้าแผ้วถางบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองท่าเรือเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่เศษ โดยจำเลยอ้างว่าเป็นที่ดินตาม ส.ค.1 ของจำเลย และเมื่อมีการตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่ใช่ที่ดินตาม ส.ค.1 ของจำเลย แต่เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยรู้แล้วยังเข้าแผ้วถาง ปลูกต้นมะพร้าว ต้นมะม่วงหิมพานต์ นำเปลือกมะพร้าวไปถมที่ดินและครอบครองตลอดมา เป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องคดีนี้การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกับคดีก่อน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2508 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2508 ม.31 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฯ ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฯ ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เข้าไปปลูกต้นมะพร้าวและต้นมะม่วงหิมพานต์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติจำนวนเนื้อที่ประมาณ ๒๔ ไร่ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตและมิได้รับยกเว้นตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๔, ๖, ๙, ๑๔, ๓๑ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๔ กฎกระทรวงฉบับที่ ๑ พ.ศ.๒๕๐๗ ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ และสั่งให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารออกจากป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๓๑ วรรคแรก จำคุก ๓ ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของจำเลยออกจากป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ปรับจำเลย ๑๕,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่งลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด ๓ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ วรรคแรก ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีก่อนจำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ ๓๐ ไร่เศษ โดยเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดินของจำเลย ตาม ส.ค.๑ ที่ตนเองยึดถืออยู่ ไม่เป็นความผิด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยเข้าแผ้วถางบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองท่าเรือโดยปลูกต้นมะพร้าวและต้นมะม่วงหิมพานต์เนื้อที่ประมาณ ๒๐ ไร่เศษ จำเลยอ้างว่าเป็นที่ดินตาม ส.ค.๑ ของจำเลย และเมื่อมีการตรวจสอบแล้วปรากฏว่าที่ดินที่ดินที่จำเลยเข้าแผ้วถางไม่ใช่ที่ดินตาม ส.ค.๑ ของจำเลย แต่เป็นที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยรู้แล้วยังเข้าแผ้วถาง ปลูกต้นมะพร้าว ต้นมะม่วงหิมพานต์ นำเปลือกมะพร้าวไปถมที่ดินและครอบครองตลอดมาเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องคดีนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกับคดีก่อนไม่เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3905/2533 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายแสงเทียน ไชยเลิศ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต · ล. - นายแสงเทียน ไชยเลิศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายเทพ อิงคสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533ฎีกา 3651/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา