คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2683/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหายเพื่อขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีที่ฟ้องภายหลัง ไม่ถือเป็นการถอนฟ้องเด็ดขาด สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของผู้เสียหายจึงไม่ระงับไป
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยในความผิดฐานบุกรุกและกระทำอนาจารเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2522 และรุ่งขึ้นวันที่ 12 มกราคม 2522 พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันนั้นเข้ามาใหม่ ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2522 ผู้เสียหายถอนฟ้องคดีที่ผู้เสียหายได้ฟ้องไว้ และในวันนั้นเองผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยนั้น ดังนี้ เห็นได้ว่าการถอนฟ้องดังกล่าวก็เพื่อจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยนั้นเอง มิใช่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาด ตามความหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของผู้เสียหายจึงไม่ระงับไปดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ผู้เสียหายจึงมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ โดยหาจำต้องกล่าวหรือมีข้อแม้ไว้ในคำร้องขอถอนฟ้องว่าถอนไปเพื่อขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการด้วยไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจบุกรุกเข้าไปในบ้านของนางลำยองผู้เสียหายและได้กระทำอนาจารผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑,๒๗๘,๓๖๔,๓๖๕ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๑๔ ข้อ ๒,๙
จำเลยให้การปฏิเสธ
ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นางลำยองผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้องคำร้องของผู้เสียหาย
ผู้เสียหายอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดฐานบุกรุก และกระทำอนาจารเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๒ ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๗/๒๕๒๒ ของศาลจังหวัดชัยภูมิ รุ่งขึ้นวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๒๒ พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิได้ฟ้องจำเลยด้วยเรื่องเดียวกันนั้นเข้ามาใหม่เป็นคดีนี้ ต่อมาวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๒ ผู้เสียหายได้ถอนฟ้องคดีที่ผู้เสียหายได้ฟ้องไว้ และในวันนั้นเองผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ จึงเห็นได้ว่าการที่ผู้เสียหายถอนฟ้องดังกล่าวก็เพื่อจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยนั่นเอง มิใช่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาดตามความหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๖ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของผู้เสียหายจึงไม่ระงับไปดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) ผู้เสียหายจึงมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีนี้ได้ โดยไม่จำต้องกล่าวหรือมีข้อแม้ในคำร้องขอถอนฟ้องว่าถอนไปเพื่อขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการดังที่จำเลยฎีกา
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2683/2522
พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์
นายสมชาย สิทธิเวช ล.
นางลำยอง ขวัญบุญจันทร์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · ล. - นายสมชาย สิทธิเวช · ผู้ร้อง - นางลำยอง ขวัญบุญจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สันติ์ ธีรนิติ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายศักดิ์ สุบรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรานอม มหรรณพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา