คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับของโจรจะมีความผิดได้ ต้องพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินที่รับมานั้นได้มาจากการกระทำความผิดกฎหมายมาก่อน.
ย่อคำพิพากษา
อันจะเป็นความผิดฐานรับของโจรนั้นต้องประกอบด้วยองค์สำคัญว่าของซึ่งได้รับไว้เป็นของที่ได้มาด้วยการกระทำผิดต่อ ก.ม.เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความว่ากระบือของกลางเป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิด ก.ม.คือถูกลักมาดังฟ้องแล้วก็ย่อมลงโทษจำเลยฐานรับของโจรหาได้ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกลักหรือรับกระบือไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิด ก.ม.ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อหาฐานลักทรัพย์โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานแวดล้อมที่จะชี้ผิดในข้อนี้ ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้นพฤติการณ์ทั้งหลายยังไม่เพียงพอจะอนุมานเป็นพิรุธว่าจำเลยได้กระบือของกลางโดยรู้ว่าเป็นของร้ายผิด ก.ม. จึงยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับจำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน ตาม ม.๓๒๑
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในกรณีที่จะเป็นความผิดฐานรับของโจรนั้น จะต้องประกอบด้วยองค์สำคัญว่า ของซึ่งรับไว้เป็นของที่ได้มาด้วยการกระทำผิดต่อ ก.ม. คดีนี้ตามฟ้องของโจทก์แสดงว่ากระบือรายนี้ถูกลักไปอันเป็นความผิดต่อ ก.ม. แต่ทางพิจารณาไม่ได้ความเสียเลยว่ากระบือรายนี้เป็นของที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อ ก.ม. ตามฟ้องของโจทก์คือถูกลักมา จึงลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้
จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2499
พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์
นายหมุน มีนากิจ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · จำเลย - นายหมุน มีนากิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสุจิณ เ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงประไพพิทยาคุณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา