คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับฟังพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์การชำระหนี้ แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ก็สามารถกระทำได้หากมีพยานบุคคลมาเบิกความสนับสนุน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกู้เงินโจทก์ไป เวลาผ่อนใช้ก็ให้โจทก์เซ็นรับรองการใช้ไว้ในสมุด ต่อมาสมุดหายจำเลยอ้างพยานบุคคลสืบความข้อนี้ได้
โจทก์จะเถียงว่าการเซ็นในสมุดไม่มีอากรแสตมป์ปิด ถือว่าไม่เป็นหลักฐานรับเงินที่ถูกต้องนั้น เถียงไม่ได้เพราะศาลฟังพยานบุคคลประกอบไม่ใช่ฟังเอกสาร.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปหนึ่งหมื่นบาท แต่ ๘ ธันวาคม ๒๔๙๔ ยังไม่ใช้และไม่ส่งดอก จึงฟ้องให้ศาลบังคับ
จำเลยต่อสู้ว่า ยืมจริงแต่ผ่อนใช้หมดแล้ว ทุกครั้งที่ใช้โจทก์เซ็นรับไว้ในสมุด ๆ นั้นหายเสียแล้ว
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยใช้แล้ว จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฏีกา
ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า การเซ็นรับในสมุดถือว่ามีหลักฐานการใช้เงินเป็นหนังสือตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๖๕๓ แล้ว และการที่สมุดหาย จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบถึงการลงรับเงินไว้ในสมุด จะเถียงว่าการเซ็นรับเงินในสมุดไม่ติดอากรแสตมป์ (โดยจำเลยรับ) เป็นการใช้ไม่ได้นั้นไม่ได้ เพราะศาลฟังพยานบุคคลประกอบเพียงว่าจำเลยได้ใช้เงินแก่โจทก์แล้วตามข้อต่อสู้จริงหรือไม่เท่านั้น จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2500
นายฮีราจัน หรือ เฮระจันทร โจทก์
นางบุญส่ง บุญยาพร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฮีราจัน หรือ เฮระจันทร · จำเลย - นางบุญส่ง บุญยาพร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลแพ่ง - นายหรุ่น แขวงโสภา · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชิตปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา