⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1552/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเลิกกันแล้ว ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ผู้เดียวจะฟ้องเรียกร้องหนี้สินของห้างหุ้นส่วนในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะผู้ชำระบัญชีไม่ได้ หากไม่ได้รับมอบฉันทะจากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด หรือมิได้ตั้งแต่งบุคคลอื่นขึ้นเป็นผู้จัดทำการชำระบัญชี.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อห้างหุ้นส่วนได้เลิกกันแล้ว ผู้เคยเป็นหุ้นส่วนแต่เพียงคนเดียวจะมาฟ้องเรียกร้องหนี้สินของห้างหุ้นส่วนในฐานะส่วนตัวไม่ได้ ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ถ้าอยากจะจัดทำการชำระบัญชีจะต้องจัดทำโดยผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกัน โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ผู้เดียวจะฟ้องเรียกร้องหนี้สินของห้างหุ้นส่วนในฐานะผู้ชำระบัญชีไม่ได้ โจทก์มิได้รับมอบฉันทะจากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด ย่อมยังไม่มีสิทธิฟ้องร้องเรียกหนี้สินของห้างหุ้นส่วนได้ เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดไม่มีความสามัคคีที่จะร่วมกันจัดทำการชำระบัญชี ก็เป็นหน้าที่ของผู้เป็นหุ้นส่วนที่จะตั้งแต่งบุคคลอื่นขึ้นเป็นผู้จัดทำการชำระบัญชีแล้วจึงทำการเรียกร้องหนี้สินของห้างหุ้นส่วนตามที่กฎหมายบังคับไว้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1061

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง สัญญา ขอให้ชำระเงินยืม โจทก์ฟ้องเรียกเงินยืมจากจำเลย ๕๔๓,๓๘๕.๑๕ บาท ซึ่งโจทก์กับพวกและจำเลยเป็นหุ้นส่วนสามัญดำเนินงานในนามของสหการแพทย์สถาน หุ้นส่วนเลิกกันแล้วโดยโจทก์เป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยต่อสู้ว่าการแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้ชำระบัญชีไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย จำเลยมีสิทธิขอหน่วงการชำระเงินคืนได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลแพ่ง ให้จำเลยใช้เงิน ๕๓๔,๓๘๕.๑๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ๗ ต่อปี ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยวางเงินไว้ต่อศาลแพ่งเพื่อประโยชน์ของผู้เป็นหุ้นส่วนสามัญสหการแพทย์ด้วยกันทุกคน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อห้างหุ้นส่วนได้เลิกกันแล้วกฎหมายบังคับไว้ให้มีการชำระบัญชีและแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี การทวงถามหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจึงต้องกระทำโดยผู้ชำระบัญชี ผู้เคยเป็นหุ้นส่วนแต่เพียงคนเดียวจะมาฟ้องเรียกร้องในฐานะส่วนตัวจึงไม่มีสิทธิที่จะทำได้ สำหรับผู้เป็นหุ้นส่วนถ้าอยากจะจัดทำการชำระบัญชี จะต้องจัดทำโดยผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกัน การที่โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ผู้เดียวมาฟ้องเรียกร้องหนี้รายนี้ในฐานะผู้ชำระบัญชี จึงเป็นการไม่มีสิทธิ ส่วนข้อที่ว่า โจทก์ได้รับมอบฉันทะจากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายนั้น ถ้าเป็นความจริงพออนุโลมได้ว่า เป็นการกระทำที่หุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกันร่วมกันจัดการชำระบัญชีก็ดี แต่ข้อเท็จจริงก็ปรากฎว่า โจทก์มิได้รับมอบฉันทะจากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด สิทธิฟ้องร้องของโจทก์ในกรณีนี้จึงยังไม่มีอีก เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดไม่มีความสามัคคีที่จะร่วมกันจัดทำการชำระบัญชี ก็เป็นหน้าที่ของผู้เป็นหุ้นส่วนที่จะตั้งแต่งบุคคลอื่นขึ้นเป็นผู้จัดทำการชำระบัญชีแล้ว จึงทำการเรียกร้องหนี้สินของห้างหุ้นส่วนตามที่กฎหมายบังคับไว้ ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายทั้ง ๓ ศาลของทั้งสองฝ่าย ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท ให้หักจากสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วน โดยให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนได้ออกไปเพื่อจัดการค้าของห้าง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2500 นายมาลา ศีตะจิตต์ ทอง ประเสริฐกับพวก โจทก์ นายบุญส่ง เลขะกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความทอง - นายมาลา ศีตะจิตต์ · โจทก์ - ประเสริฐกับพวก · จำเลย - นายบุญส่ง เลขะกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสวัสดิ์ พานิชอัตร · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตรโกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา