⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1583/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1583/2500

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นซึ่งรวมใจความได้ว่า จำเลยได้ยกที่พิพาทให้แก่โจทก์และโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทเพื่อตนตลอดมาเป็นเวลา 15-16 ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ ดังนี้ แม้จะยอมฟังตามข้อฎีกาของจำเลยว่าการที่จำเลยยกที่พิพาทให้โจทก์ มิได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์ก็ยังได้สิทธิทางครอบครองมานานเกินกว่า 10 ปี เห็นได้ชัดว่าปัญหาข้อกฎหมายประการนี้ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของจำเลย และไม่เป็นเหตุที่จะกระทำให้จำเลยกลับเป็นฝ่ายชนะคดีขึ้นมาได้ ศาลฎีกามีอำนาจไม่วินิจฉัยข้อกฎหมายนี้ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2499 ม.22 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2499 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ที่ดิน โจทก์ฟ้องว่าเดิมที่พิพาทเป็นของจำเลย ๆ ยกให้โจทก์และภรรยาโจทก์ โจทก์และภรรยาได้ครอบครองเป็นเจ้าของมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว บัดนี้จำเลยจะเอาที่พิพาทไปขายผู้อื่น จึงขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ๆ ได้ครอบครองตลอดมา ไม่เคยยกให้โจทก์ ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยได้ยกที่พิพาทให้โจทก์และภรรยาโจทก์จริง และโจทก์ได้ครอบครองเพื่อตนมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ๔ ข้อ คือ ๑. จำเลยได้ยกที่พิพาทให้โจทก์แล้วจริงหรือไม่ ๒. หากจะฟังว่าได้มีการยกให้กันจริง แต่มิได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ๓. ใครเป็นผู้ครอบครองที่พิพาท ๔. หากฟังว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทจริงแล้ว เป็นการครอบครองเพื่อตนหรือครอบครองแทนจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้พิพาทกันด้วยทรัพย์ราคา ๓,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา ๒๔๘ และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.แพ่ง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๙ ม.๒๕ ฎีกาข้อ ๑-๓-๔ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนฎีกาข้อ ๒ แม้จะเป็นข้อกฎหมาย แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งรวมใจความว่าจำเลยได้ยกที่พิพาทให้แก่โจทก์และภรรยาโจทก์ และฝ่ายโจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนตลอดมาเป็นเวลา ๑๕-๑๖ ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ ดังนี้ แม้จะยอมรับฟังตามข้อฎีกาของจำเลยว่าการยกให้ในเบื้องต้นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์ก็ยังได้สิทธิทางครอบครองมานานเกินกว่า ๑๐ ปี เห็นได้ชัดว่าปัญหาข้อกฎหมายประการนี้ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของจำเลย และไม่เป็นเหตุที่จะกระทำให้จำเลยกลับเป็นฝ่ายชนะคดีขึ้นมาได้ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๒๔๒(๑) และมาตรา ๒๔๗ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.แพ่ง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒-๒๔ พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1583/2500 นายไร บุญสุภาพ โจทก์ นายพรม มังคะสุรางค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไร บุญสุภาพ · จำเลย - นายพรม มังคะสุรางค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายแปลก ศิงฆมานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปรีชาดุลยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา