คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ตัวแทนไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดอำนาจของตัวการบางประการ ไม่ทำให้ตัวการหลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
2. หากจำเลยมิได้ต่อสู้ในข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง โจทก์ก็ไม่จำต้องนำสืบพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น
ย่อคำพิพากษา
เพียงแต่ตัวแทนไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดอำนาจของตัวการบางอย่าง จำเลยจะอ้างมาปฏิเสธความรับผิดของตน (ในคดีนี้) ไม่ได้
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบริษัทจำกัด แต่ตามสำนวนไม่ปรากฎหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดที่ชอบด้วยกฎหมายและตามคำให้การจำเลยมิได้ต่อสู้ในข้อนี้ไว้ ดังนี้จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องแสดงหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดของโจทก์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับเงินจากโจทก์ไป ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ได้ออกตั๋วแลกเงินลงวันที่ ๙ ต.ค. ๒๔๙๖ ให้โจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่าย สั่งให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จ่ายเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ ในการนี้จำเลยได้ตกลงชำระค่าส่วนลดซึ่งเป็นธรรมเนียมของธนาคารให้ต่างหากจากดอกเบี้ย ซึ่งตกลงจะชำระให้โจทก์ในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ครั้งครบกำหนดจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระเงินรวมทั้งค่าส่วนลดและดอกเบี้ยให้โจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยค่าส่วนลดและดอกเบี้ย
จำเลยให้การรับว่าได้ออกตั๋วแลกเงินให้โจทก์ แต่ต่อสู้หลายประการ ในที่สุดขอให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้ง ๒ ใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์กับค่าส่วนลดในอัตราร้อยละ ๑/๖ ในต้นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทตาม ป.พ.พ.มาตรา ๙๖๘ (๔) ส่วนดอกเบี้ยนั้นมิได้มีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ย จึงให้ยกเสีย คงให้จำเลยเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อปีในต้นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทนับแต่วันที่ตั๋วแลกเงินถึงกำหนดจนกว่าจำเลยจะใช้เงินเสร็จ กับให้จำเลยทั้ง ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายความ ๗๕๐ บาทแทนโจทก์ด้วย
จำเลยทั้ง ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นศาลอุทธรณ์เป็นเงิน ๕๐๐ บาทแทนโจทก์
จำเลยทั้ง ๒ ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของจำเลยพอสรุปได้เป็นข้อ ๆ ต่อไปนี้คือ
๑. โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นบริษัทจำกัด แต่ตามสำนวนไม่ปรากฎหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อนี้ตามคำให้การจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องแสดงหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดของโจทก์
๒. นายประเสริฐปฏิบัติหน้าที่เกินอำนาจที่ธนาคาร (โจทก์) มอบไว้ กล่าวคือตามหนังสือมอบอำนาจที่ธนาคาร (โจทก์) ตั้งให้นายประเสริฐเป็นตัวแทนธนาคารข้อ ๔ จำกัดอำนาจไว้ว่า การลงลายมือชื่อในตั๋วแลกเงินต้องมีลายมือชื่อสมุห์บัญชีสาขาของธนาคารกำกับไว้ด้วย ข้อนี้เห็นว่านายประเสริฐไม่ได้ลงชื่อในตั๋วแลกเงินที่กล่าว และอย่างไรก็ดี ข้อจำกัดอำนาจเช่นว่านี้หาใช่เป็นข้อที่จำเลยจะยกขึ้นปฏิเสธความรับผิดของตนในคดีนี้ได้ไม่
๓. การยื่นตั๋วแลกเงินหรือไม่เป็นประเด็นข้อเท็จจริงซึ่งศาลล่างทั้ง ๒ ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้นำตั๋วแลกเงินยื่นต่อจำเลยแล้ว พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2500
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด โดยนายประเสริฐ จุลละเกศ ผู้จัดการ โจทก์
นายโสภณ สินธุภิญโญ ที่ 1
นายเมี้ยน หรรษาวงศ์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด โดยนายประเสริฐ จุลละเกศ ผู้จัดการ · 1 - นายโสภณ สินธุภิญโญ ที่ · จำเลย - นายเมี้ยน หรรษาวงศ์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายมานิต มานะทัต · ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา