คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดนั้น หากข้อเท็จจริงที่ได้ความในการพิจารณาไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในฟ้อง ก็สามารถลงโทษจำเลยตามกฎหมายได้
* เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยเอาทรัพย์ไปจำนวนหนึ่ง ควรคืนทรัพย์สินของกลางให้เจ้าทรัพย์เท่าที่ได้ความว่าจำเลยเอาไปเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายเพื่อเอาทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.250 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยฆ่าผู้ตายจนถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยจึงเกิดโลภเจตนาเอาทรัพย์ของผู้ตายในภายหลังเช่นนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความในการพิจารณาไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในฟ้องลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.288 ได้.
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2501)
โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องลักทรัพย์และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 15,400 บาท เจ้าพนักงานจับจำเลยและได้เงิน 900 บาทเป็นของกลาง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยเอาเงินสดจากเจ้าทรัพย์ไป 500 บาท จึงควรหักเงินสดของกลางคืนให้เจ้าทรัพย์ 500 บาทเท่าที่ได้ความว่าจำเลยเอาไป เหลือนอกนั้นคืนให้จำเลย ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของโจทก์ที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไป.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ชิงทรัพย์ ฆ่าคนโดยเจตนา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยฆ่านางจรูญเพื่อความสะดวกที่จะเอาทรัพย์ แล้วจำเลยได้ลักทรัพย์ของนางจรูญไปรวม ๑๕,๔๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๔๙,๒๕๐,๓๐๐ และขอให้สั่งจำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทำผิดจริงตามฟ้องพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๕๐ ข้อ ๕ ให้ประหารชีวิตจำเลย จำเลยรับชั้นสอบสวนลดโทษ ๑ ใน ๓ ตาม ม.๕๙,๓๗ คงจำคุก ๒๐ ปี ให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคา ๑๑,๑๔๗ บาท กับให้คืนเงิน ๕๐๐ บาทแก่ทายาทของนางจรูญผู้ตาย เงินของกลาง ๙๐๐ บาทที่จับได้จากจำเลย เมื่อจำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาในเรื่องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แล้ว ให้คืนแก่จำเลยไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ก็ให้หักใช้แทนทรัพย์หรือราคาทรัพย์ที่จำเลยจะต้องคืนหรือใช้แก่ทายาทของนางจรูญผู้ตาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๔๙ และ ๒๘๘ เป็น ๒ กระทง ให้ลงโทษตาม ม.๒๔๙ ซึ่งเป็นกระทงที่หนัก ให้คืนเงิน ๕๐๐ บาทแก่ทายาทของนางจรูญผู้ตาย ส่วนอีก ๔๐๐ บาทให้คืนจำเลย กำหนดโทษและความอื่นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยและสั่งบังคับเกี่ยวกับการคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อจำเลยฆ่าผู้ตายจนถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยจึงเกิดโลภเจตนาเอาทรัพย์ของผู้ตายในภายหลัง ปัญหามีว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในฟ้องหรือไม่ โดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความในการพิจารณาไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในฟ้อง จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๘๘ ด้วย
ส่วนเรื่องเงิน ๙๐๐ บาทของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยเอาเงินสดจากผู้ตายไป ๕๐๐ บาท จึงควรหักเงินสดของกลางคืนให้ทายาทของผู้ตาย ๕๐๐ บาทเท่าที่ได้ความว่าจำเลยเอาไป เหลือนอกนั้นคืนให้จำเลย ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของโจทก์ที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไป
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2500
อัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายบุญชู เที่ยงท้องคุ้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายบุญชู เที่ยงท้องคุ้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายเปลี่ยน เริ่มก่อส · ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม สิวายะวิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา