⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1687/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องคดีซ้ำต้องพิจารณาจากเหตุแห่งการฟ้องเป็นสำคัญ หากเหตุแห่งการฟ้องแตกต่างกัน แม้จะฟ้องในประเด็นเดียวกัน ก็ไม่ถือเป็นการฟ้องซ้ำ * การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าโดยตรง ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า * สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนการเช่า มีผลบังคับได้ไม่เกิน 3 ปี * สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ระบุว่าจะจดทะเบียนการเช่าในภายหลัง ไม่ผูกพันผู้รับโอนทรัพย์ที่ให้เช่า

ย่อคำพิพากษา

คดีแรกโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอาศัยเหตุที่คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าลงมติให้โจทก์เข้าอยู่ในห้องพิพาทได้ ศาลพิพากษาให้ยกฟ้องไปแล้ว คดีหลังโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอีก แต่อาศัยเหตุที่สัญญาเช่าหมดอายุแล้ว เช่นนี้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ เพราะอาศัยเหตุที่ฟ้องต่างกัน เมื่อฟังว่าจำเลยเช่าเพื่อประกอบการค้าโดยตรง ก็ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์กันไว้ 5 ปี แต่ไม่มีการจดทะเบียนการเช่า ย่อมมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น เมื่อครบ 3 ปีแล้วผู้ให้เช่าก็มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาเช่าได้ ทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์กันไว้ 5 ปี แต่เมื่อไม่ปรากฎในหนังสือสัญญาเช่าว่าจะไปจดทะเบียนการเช่าในภายหลัง ย่อมไม่ผูกพันผู้รับโอนทรัพย์ที่ให้เช่า ให้จำต้องไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่ผู้เช่า.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ขอให้ขับไล่ออกจากห้องเช่า ได้ความว่าห้องพิพาทเดิมเป็นของ น.ส.ปราณีจำเลยได้ทำสัญญาเช่าต่อ น.ส.ปราณีเมื่อวันที่ ๑๕ มิ.ย. ๒๔๙๕ เพื่ออยู่และเพื่อทำการค้ามีกำหนด ๕ ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนการเช่า ต่อมา น.ส.ปราณีเอาห้องพิพาทพร้อมทั้งที่ดินไปแลกกับห้องเช่าและที่ดินของนางสำเนียง แล้วนางสำเนียงขายห้องพิพาทกับที่ดินให้แก่โจทก์ การเช่าได้ล่วงพ้นกำหนด ๓ ปีมาแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความให้แก่โจทก์คำขออื่นให้ยกและให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัย มีว่า ๑.ข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องช้ำ ได้ความว่าคดีแพ่งแดงที่ ๕๙/๒๔๙๖ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอาศัยเห+ ที่คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าลงมติให้โจทก์เข้าอยู่ในห้องพิพาทได้เพราะมีความจำเป็น แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีสิทธิในห้องพิพาทตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับ น.ส.ปราณี จึงให้ยกฟ้อง แต่คดีนี้ ฟ้องขับไล่จำเลยอาศัยเหตุที่สัญญาเช่าของจำเลยซึ่งไม่ได้จดทะเบียนการเช่านั้น มีอายุเพียง ๓ ปี บัดนี้เกินกำหนด ๓ ปีมาแล้วโจทก์จึงมีสิทธิขับไล่จำเลย คดีทั้งสองนี้อาศัยเหตุที่ฟ้องต่างกัน จึงมิใช่เป็นการฟ้องซ้ำ ๒.ปรากฎว่าสถานที่ของห้องพิพาท กิจการที่จำเลยกระทำและสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นว่า จำเลยเช่าเพื่อประกอบการค้าโดยตรง ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯ ๓.ทำสัญญาเช่ากัน ๕ ปีแต่ไม่มีการจดทะเบียนมีผลบังคับได้เพียง ๓ ปีเท่านั้น เมื่อครบ ๓ ปีแล้วโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ ๔.ไม่ปรากฎในหนังสือสัญญาเช่าว่าจะไปจดทะเบียนการเช่าในระยะหลัง จึงไม่มีทางผูกพันโจทก์ผู้รับโอนให้จำต้องไปจดทะเบียนการเช่าให้จำเลยตามฟ้องแย้งได้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2500 นายบุศย์ มยาเศส โจทก์ นายซุ่นเซี้ย แซ่แต้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุศย์ มยาเศส · จำเลย - นายซุ่นเซี้ย แซ่แต้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดชุมพร - นายโกวิท ถิร · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 1111/2494ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1627/2505ฎีกา 247/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 82/2512ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 2509/2555ฎีกา 226/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา