คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าห้องพิพาทเพื่อการค้า ทำให้ห้องพิพาทนั้นไม่ถือเป็นเคหะที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าอีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
เดิมจำเลยเช่าห้องพิพาทของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัย และจำเลยก็ได้อยู่อาศัยตลอดมาแต่ต่อมาจำเลยได้เอาห้องพิพาทให้ผู้อื่นเช่าช่วงทำการค้าโดยจำเลยได้รับประโยชน์จากผู้เช่าช่วงมากมาย ทั้งห้องพิพาทก็เป็นตึกแถวอยู่ในทำเลการค้าและแม้จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมา ก็ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยได้เปลี่ยนการใช้ห้องพิพาทให้เป็นสถานที่ทำการค้าไปเสียแล้ว ห้องพิพาทจึงไม่เป็นเคหะซึ่งจำเลยจะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯต่อไปได้ และเมื่อเช่นนี้ การที่จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมาก็ดี ข้อที่ว่าจำเลยให้เช่าช่วงไปโดยได้รับความยินยอมจากผู้แทนของโจทก์ก็ดี หาเป็นข้อสำคัญที่จะทำให้ห้องพิพาทคงเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ อยู่ต่อไปไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ขับไล่
ได้ความตามข้อเท็จจริงซึ่งรับกันว่า เดิมจำเลยเช่าห้องพิพาทของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัยและจำเลยก็ได้อยู่อาศัยตลอดมา แต่ต่อมาจำเลยได้เอาห้องพิพาทให้ผู้อื่นเช่าช่วงทำการค้า โดยจำเลยได้รับประโยชน์จากผู้เช่าช่วงมากมาก ทั้งห้องพิพาทก็เป็นตึกแถวอยู่ในทำเลการค้า และจำเลยก็ยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมา และจำเลยค้างชำระค่าเช่า
ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างรวม ๕๕๐ บาท และค่าเช่าต่อๆไปเดือนละ ๒๕ บาท ให้โจทก์ ส่วนที่โจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่ารายนี้ให้ยกเสีย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องของโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแพ่ง
ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าวข้างต้น ก็เป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยได้เปลี่ยนการใช้ห้องพิพาทให้เป็นสถานที่ทำการค้าไปเสียแล้ว ห้องพิพาทจึงไม่คงเป็นเคหะซึ่งจำเลยจะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ต่อไปได้ และเมื่อเช่นนี้การที่จำเลยยังคงให้เช่าช่วงไปโดยได้รับความยินยอมจากผุ้แทนของโจทก์ก็ดี หาเป็นข้อสำคัญที่จะทำให้ห้องพิพาทเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ อยู่ต่อไปไม่ โดยเหตุนี้ประเด็นที่คู่ความยกขึ้นทุ่มเถียงกัน จึงวินิจฉัยได้ว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทของโจทก์เป็นที่ทำการค้า หาใช่เช่าเพื่ออยู่อาศัยไม่ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ต่อไปแล้ว โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยได้.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2500
หลวงภาษาพิรัช กับพวก โจทก์
นายไกวพั้น แซ่หลิ่ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงภาษาพิรัช กับพวก · จำเลย - นายไกวพั้น แซ่หลิ่ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลแพ่ง - นายสุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพอศาลโสภณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา