คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเช่าในภาวะคับขันในวันประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ถือเป็น "ที่ดินควบคุม" และผู้เช่าจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้เช่าที่พิพาทซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ พ.ศ.2502 ที่พิพาทจึงเป็นที่ดินซึ่งผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเช่าในภาวะคับขันซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันประกาศพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ฉะนั้นที่พิพาทจึงเป็น "ที่ดินควบคุม" ตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 จำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัตินี้โจทก์ไม่มีสิทธิขับไล่จำเลยและบริวาร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.2 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.5 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้อาศัยอยู่ในที่ดินซึ่งโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยก็ไม่ยอมออก ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์และส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยสู้ว่า จำเลยเช่าที่พิพาทจากผู้มีชื่อ โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทไปโจทก์จึงต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอน จำเลยได้ส่งค่าเช่าให้โจทก์แล้ว โจทก์ส่งคืนโดยอ้างว่าไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย ที่พิพาทเป็นที่ควบคุม โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ โจทก์ไม่เสียหายตามฟ้อง โจทก์ใช้สิทธิฟ้องโดยไม่สุจริต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์ด้วยการเช่าและเมื่อโจทก์ได้รับซื้อโอนที่ดินมา โจทก์ก็ต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่การเช่าระหว่างจำเลยกับเจ้าของที่ดินเดิมด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๙ ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้เช่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ ที่พิพาทจึงเป็นที่ดินซึ่งผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเช่าในภาวะคับขันซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันประกาศพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ ฉะนั้นที่พิพาทจึงเป็น "ที่ดินควบคุม" ตามนัยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ จำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัตินี้ โจทก์ไม่มีสิทธิขับไล่จำเลยและบริวาร
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2510
นายประยุทธ ตปนียางกูร โจทก์
นายฉาย คล้ายพุต หรือคล้ายพุก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประยุทธ ตปนียางกูร · จำเลย - นายฉาย คล้ายพุต หรือคล้ายพุก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ลออง จุลกะเศียน · ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายแถม สุรฑิณฑ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา