คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดที่เกิดขึ้นก่อนประมวลกฎหมายอาญาใช้บังคับ ให้ลงโทษตามกฎหมายที่ใช้ในขณะนั้น แม้ประมวลกฎหมายอาญาจะมีบทบัญญัติที่อาจเป็นคุณแก่จำเลย ก็ไม่มีเหตุที่จะนำมาปรับใช้แก่การกระทำที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้.
ย่อคำพิพากษา
การชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปก่อนวันที่ ประมวลกฎหมายอาญาใช้บังคับ(1 มกราคม 2500) และศาลล่างวางบทลงโทษตามกฎหมาย ลักษณะอาญา มาตร 299 มีกำหนด 3 ปีนั้น เมื่อศาลฎีกาเห็นควรลงโทษเท่าเดิม ไม่มีเหตุที่จะใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรค 2 โดยอ้างว่าเป็นคุณแก่จำเลย.
(ประใหญ่ครั้งที่ 3)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกสมคบกันชิงทรัพยโดยใช้มีดขู่เข็ญจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๔๙๙ จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามกันมาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๘,๒๙๙,๖๓ ให้จำคุก ๓ ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษายืน ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่ศาลล่างทั้งสองวางมา.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2500
อัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์
นายเมือง พานทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดอ่างทอง · จำเลย - นายเมือง พานทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายเสมา รั · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงปรีชาดุลยกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา