คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2500
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลมีคำสั่งกำหนดหน้าที่นำสืบให้ฝ่ายใดนำสืบก่อนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่นำสืบตามข้ออ้าง ฝ่ายนั้นต้องแพ้คดี
โจทก์อ้างว่าโจทก์ชำระหนี้ให้จำเลยเกินไป ฝ่ายจำเลยปฏิเสธว่ามิได้รับเงินเกิน เพราะเลขจำนวนเงินในเอกสารถูกปลอมโดยเติมเลข เอกสารอยู่ในความยึดถือของโจทก์ จำเลยไม่ได้รับรองความถูกต้องแท้จริง ทำให้เอกสารไม่เป็นผลให้โจทก์ได้สิทธิจากเอกสารนั้น จึงเป็นหน้าที่โจทก์ต้องพิสูจน์ จำนวนเงินให้ได้ความจริง ตามเอกสารนั้น.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยตามสำนวนคดีแพ่งของศาลจังหวัดนครสวรรค์ เงิน ๓๕,๙๑๘.๗๕ บาท ผู้เขียนใบรับบวกเลขผิด โจทก์หลงเชื่อได้ชำระเงินให้จำเลยไป ๕๐,๗๙๐ บาท จึงเกินไป ๔,๘๗๑.๗๕ บาท จำเลยไม่มีสิทธิจะรับไว้หรืออ้างมวลกฎหมายได้ จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้โจทก์ โจทก์ทวงถาม จำเลยไม่ยอมคืน จึงฟ้อง
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นหนี้จำเลยตามฟ้องและเป็นหนี้จำเลยอีกจำนวนหนึ่งเงิน ๑๓,๔๗๔ บาท โจทก์ชำระหนี้ ๒ รายให้จำเลยบ้าง ในวันที่ ๑๑ ก.ค. ๒๔๙๘ โจทก์ชำระเงินให้จำเลยเพียง ๓,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยออก ใบรับเงิน ๓,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ ๆ สมคบกันปลอมศูนย์ (๐) เพิ่งลงเป็น ๓๐,๐๐๐ บาท โจทก์ยังคงค้างเงินจำเลยอีก และ จำเลยมิได้รับชำระเงินจากโจทก์มาเกินดังฟ้อง
โจทก์ส่งเอกสาร ๆ หมาย จ.๔ เป็นเอกสารที่โจทก์จำเลยโต้เถึยงกัน โจทก์ว่าจำเลยรับเงินไป ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยว่าเอกสารถูกเปลี่ยนแปลงโดยเติมศูนย์ (๐) เข้าไปตอนท้ายเรือนเงิน และคู่ความเถึยงหน้าที่นำสืบ ขอให้ศาลสั่ง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แต่โจทก์แถลงคัดค้านคำสั่งว่า หน้าที่นำสืบตกฝ่าย่จำเลยนำสืบก่อน โจทก์จึงไม่ขอนำพยานเข้าสืบก่อนตามคำสั่งศาล ๆ สอบจำเลยแถลงว่าถ้าศาลจะสั่งให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยยินดีจะนำพยานสืบก่อน ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อศาลสั่งให้โจทก์นำสืบก่อนแต่โจทก์ไม่ติดใจสืบเช่นนี้ คดีพอวินิจฉัยแล้ว จึงให้งดไม่สืบพยานจำเลย และพิพากษาว่าต้องฟังข้อเท็จจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่า เงินที่จำเลยรับชำระหนี้จากโจทก์ไม่ได้เกินจำนวนหนี้ เอกสารหมาย จ.๔ แม้จำเลยจะรับว่าได้ทำใบรับนี้ แต่ก็ต่สู้ว่าความจริงรับกัน ๓,๐๐๐ บาท เหตุที่เอกสารปรากฎ ๓๐,๐๐๐ บาท เพราะถูกปลอมโดยเติมศูนย์ (๐) ขึ้น เมื่อโจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้าง ก็ต้องฟังว่าได้ชำระเงินกันตามเอกสารหมาย จ.๔ เพียง ๓,๐๐๐ บาท ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องของโจทก์อ้างว่า โจทก์ชำระหนี้ให้จำเลยเกินไป ฝ่ายจำเลยปฏิเสธว่ามิได้รับเงินเกิน เพราะเลขจำนวนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทในเอกสาร จ.๔ ถูกปลอมโดยเติมศูนย์ (๐) เข้าอีกตัวหนึ่งเอกสารอยู่ในความยึดถือของโจทก์ จำเลยไม่ได้รับรองความถูกต้องแท้จริง ทำให้เอกสารหมาย จ.๔ ไม่เป็นผล ให้โจทก์ได้สิทธิจากเอกสารนั้น โจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ความสมจริงว่า โจทก์ได้ชำระหนี้ให้จำเลย ๓๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารนั้น พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2500
นายสงวน ป่องผดุง โจทก์
นายเปรื่อง เชี่ยวธัญญกิจ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน ป่องผดุง · จำเลย - นายเปรื่อง เชี่ยวธัญญกิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - จังหวัดนครสวรรค์ - นายแปล บ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิสัยสารคุณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา