⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1959/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1959/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ใบแต่งทนายความให้ฟ้องคดีได้ แม้จะไม่มีหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยเฉพาะ 2. การบอกเลิกสัญญาเช่าที่ราชพัสดุที่มีผลผูกพันผู้เช่าทุกคน จะต้องบอกเลิกไปยังผู้เช่าทุกคน หากบอกเลิกเพียงผู้เช่าคนเดียว สัญญาเช่าของผู้เช่าที่ไม่ได้ถูกบอกเลิกยังคงมีผลบังคับอยู่

ย่อคำพิพากษา

ทนายโจทก์ลงนามฟ้องความแทนโจทก์โดยอาศัยใบแต่งทนายซึ่งโจทก์ทำให้เพียงใบเดียว แม้ไม่มีหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องความ ก็ย่อมใช้ได้ การเช่าที่ราชพัสดุรายพิพาท โจทก์จำเลยที่ 1 และ นางชอุ่ม ได้ทำสัญญาเช่าร่วมกัน รับผิดต่อกระทรวงการคลัง แต่ทำสัญญาแยกกันคนละฉบับ ต่อมา จำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวทำสัญญา โดยเอาที่นี้ไปให้จำเลยที่ 2 เช่าช่วงปลูกโรงภาพยนต์ กระทรวงการคลังจึงได้บอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียว เช่นนี้สัญญาเช่าระหว่างกระทรวงการคลัง กับ โจทก์และ นางชอุ่ม ซึ่งมิได้ถูกบอกเลิกนั้น ยังคงใช้ได้อยู่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.390

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าสัญญาเป็นโมฆะ และให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คดีนี้คู่ความรับกันว่า เดิมโจทก์ จำเลยที่ ๑ และ นางชอุ่ม รวม ๓ คน ได้ทำสัญญารับผิดร่วมกันขอเช่าที่ราชพัสดุแปลง เลขที่ ๘/๔๐๐ เพื่อปลูกสร้างอาคารให้คนเช่า แต่สัญญานี้ได้แยกทำคนละฉบับ ศาลหมาย จ.๑-๒-๓ ตามลำดับ ต่อมาจำเลยที่ ๑ คนเดียวได้เอาที่ดินแปลงนี้ไปให้จำเลยที่ ๒ เช่าช่วงเพื่อปลูกโรงภาพยนต์ และด้วยเหตุนี้ทางการจึงได้บอกเลิกสัญญาเช่า ไปยังจำเลยที่ ๑ โดยผิดสัญญา เพราะให้เช่าช่วง ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้จำเลยที่ ๒ รื้นขนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินรายนี้ออกไป และทำที่ดินให้คงสภาพเดิมตามข้อที่ท้ากัน คดีนี้ คู่ความไม่สืบพยาน คงมีประเด็นที่ศาลฎีกาจะต้องวินจฉัยเป็นข้อกฎหมายตามคำแถลงของโจทก์จำเลยเพียง ๒ ข้อ คือ ๑. ทนายโจทก์ลงนามฟ้องความแทนโจทก์โดยอาศัยใบแต่งทนายซึ่งโจทก์ทำให้เพียงใบเดียว ไม่มีหนังสือมอบอำนาจได้หรือไม่ ๒. สัญญาเช่าที่พิพาทระหว่างโจทก์ นางชอุ่ม และจำเลยที่ ๑ ที่ทำไว้ร่วมกันกับกระทรวงการคลังนั้น เมื่อกระทรวงการคลังบอกเลิกสัญญาจำเลยที่ ๑ เพียงคนเดียว โจทก์และ นางชอุ่ม ยังคงมีสิทธิตามสัญญาเช่านั้นหรือไม่ ประเด็นข้อ ๑. ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๑ ข้อ ๑๑ คำว่า "คู่ความ" กินความถึงทนายซึ่งมีสิทธิกระทำการแทนตัวความด้วย ตามมาตรา ๖๐ วรรคแรก ป.วิ.แพ่ง คู่ความจะตั้งแต่งทนายคนเดียวหรือหลายคนให้ว่าความและดำเนินกระบวน พิจารณาแทนตนก็ได้ ซึ่งการยื่นฟ้องคดีก็เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกระบวนพิจารณา ซึ่งหมายความถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยทั่ว ๆ ไป แต่ถ้ากฎหมายประสงค์จะตัดสิทธิของทนายความอย่างใดก็ย่อมบัญญัติข้อความไว้เป็นพิเศษ เช่น ตามมาตรา ๖๒ ทนายความจะดำเนินกระบวนพิจารณา ในทางจำหน่ายสิทธิ ของคู่ความมิได้ และจะใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาก็ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง ซึ่งให้ระบุไว้ในใบแต่งทนายตามใบแต่งทนายของโจทก์ในเรื่องนี้ โจทก์ได้มอบอำนาจทุกประการดั่งว่านี้ให้แก่ทนายโจทก์ด้วย ฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย ประเด็นข้อ ๒. ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าระหว่างกระทรวงการคลังกับโจทก์และ นางชอุ่ม ซึ่งยังมิได้ถูกบอกเลิก ยังคงใช้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๙๐ เมื่อโจทก์ยังมีสิทธิเช่าที่แปลงนี้อยู่ และจำเลยเข้ามาปลูกสร้างในที่โจทก์โดยไม่มีสิทธิ โจทก์ก็ขับไล่จำเลยได้ เพราะระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ไม่มีสัญญาต่อกัน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1959/2500 นายสง่า พูททรัพย์ โจทก์ นายเนย วรรณงาม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสง่า พูททรัพย์ · จำเลย - นายเนย วรรณงาม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - จังหวัดอุบลราชธานี - นายไสล · ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 392/2535ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1177-1178/2511ฎีกา 194/2512ฎีกา 2909/2524ฎีกา 1195/2512ฎีกา 3848/2535ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 2660/2536ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4024/2536ฎีกา 53/2525ฎีกา 1451/2512ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2346/2531ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1145/2512ฎีกา 8337/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา