คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างเอกสารเป็นประเด็นในคำให้การ และศาลได้เรียกเอกสารนั้นไปจากจำเลยแล้ว ถือว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามหน้าที่ในการนำส่งเอกสารแล้ว. การที่ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยาน ไม่เป็นเหตุให้ศาลรับฟังเอกสารนั้นไม่ได้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอ้างเอกสารเป็นประเด็นในคำให้การ และวันชี้สองสถานศาลได้เรียกเอกสารนั้นไปจากจำเลย แล้วให้โจทก์ดูเอกสารนั้นแล้ว เช่นนี้จำเลยหาจำต้องส่งสำเนาเอกสารให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานอีกไม่ และอนึ่งการที่ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ถึงกับทำให้ศาลรับฟังเอกสารนั้นไม่ได้เสียทีเดียว.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ที่นา ๑ แปลง ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงกับจำเลยว่านายนุช ( สามีโจทก์บิดาจำเลย ) ได้ทำนิติกรรมหมาย จ.ล.๑, จ.ล.๒ จดทะเบียนยกที่มาและสวนให้จำเลยโดยโจทก์เป็นผู้รับมอบฉันทะไปโอนแทน จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา ที่พิพาทเป็นของจำเลย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา แต่คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง คงรับฎีกาเฉพาะข้อที่ว่า เอกสาร จ.ล.๑ , จ.ล.๒ จำเลยมิได้ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยาน จึงรับฟังไม่ได้
ตามสำนวนปรากฏว่าคำให้การสู้คดีของจำเลยกล่าวถึงข้อที่บิดาจำเลยมอบฉันทะให้โจทก์ไปทำนิติกรรมยกที่พิพาทให้จำเลย ตามเอกสาร ๒ ฉบับนี้ต่อศาลในวันชี้สองสถาน ศาลให้โจทก์ดูแล้วดังนี้โจทก์จะเถียงว่าไม่มีโอกาสใคร่ครวญหาความจริงมาพิสูจน์ไม่ได้ ตาม วิ.แพ่ง ม.++ มิได้บัญญัติว่าถ้าไม่ส่งสำเนาก็ไม่ให้รับฟังเอกสารนั้น ทั้งเอกสารนี้ศาลก็เรียกไปจากจำเลยแล้ว นับว่ามิได้อยู่ในครอบครองของจำเลย เข้าข้อยกเว้นตาม ม.๙๐ (๒) ศาลฎีกาพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2500
นาย++ โจทก์
นายนัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย++ · จำเลย - นายนัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา