⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 850/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานจำเลยเบิกความรับรองเอกสารที่โจทก์อ้าง โจทก์ย่อมมีสิทธิอ้างเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความของพยานจำเลยได้โดยไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงเอกสารต่อศาล แม้จำเลยจะมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารต่อศาล หากศาลเห็นว่าเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ในการสืบพยานจำเลยชั้นแรก พ.ผู้จัดการมรดกของร. อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า ที่ดินตามสำเนาโฉนดที่ดินตามเอกสารหมาย ล.4 ราคาประเมินตารางวาละ 2,500 บาท ตามหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมายล.1 โจทก์จึงอ้างหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 มาหักล้างคำของพ.และข้อความตามหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมายล.1เมื่อพ.พยานจำเลยเบิกความรับรองหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 ดังกล่าวโจทก์ย่อมมีสิทธิอ้างอิงหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 เป็นพยานหลักฐานประกอบคำของ พ. โดยไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงเอกสารต่อศาลได้ จำเลยอ้างส่งหนังสือรับรองราคาประเมิน สำเนาหนังสือสัญญาจำนองและสำเนาบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 ต่อศาลโดยมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารดังกล่าว แต่ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน มีผลในทางตัดสิทธิ และเสรีภาพของผู้ที่ถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ศาลต้องพิจารณาเอาความจริงตามมาตรา 14 ว่ามีเหตุอันควรให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่ และจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ อันเป็นประเด็นข้อสำคัญในคดีที่มีความจำเป็นจะต้องสืบพยานอันเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญที่จะแสดงได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ แม้จำเลยจะมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศาลก็ตาม ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.84 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2526 นางระพีพรรณบุญแต่งหรือทศแสนสิน ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 59573บางส่วนพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้แก่โจทก์ในราคา 350,000 บาท โจทก์ได้ชำระเงินมัดจำ 170,000 บาทแล้ว ส่วนที่เหลือจะชำระกันในวันโอนกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้นนางระพีพรรณได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่28 ตุลาคม 2529 นายพีรพล ทศแสนสิน ทายาทของนางระพีพรรณได้เป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ได้ติดต่อขอรับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากผู้จัดการมรดกของนางระพีพรรณ แต่ไม่สามารถโอนให้ได้โดยอ้างว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของนางระพีพรรณได้ถูกเจ้าหนี้อื่นนำยึดไว้หมดแล้ว กองมรดกของนางระพีพรรณจึงต้องคืนเงินมัดจำ 170,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2526เป็นต้นไปให้แก่โจทก์ ดอกเบี้ยดังกล่าวคิดถึงฟัองเป็นเงิน45,578.63 บาท รวมกับต้นเงินเป็นทั้งสิ้น 215,578.63 บาท เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2530 ผู้จัดการมรดกของนางระพีพรรณได้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินรวม 4 โฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้แก่นางบุญจงตรีเสถียรกิจ เจ้าหนี้ผู้นำยึดที่ดินดังกล่าว ทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบมิอาจได้รับชำระหนี้ได้ ปรากฏว่าทรัพย์มรดกของนางระพีพรรณไม่พอชำระหนี้ให้แก่โจทก์และเจ้าหนี้อื่น แสดงว่านางระพีพรรณมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้พิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของนางระพีพรรณตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 84 จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องเมื่อพ้นอายุความ 1 ปี แล้วโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง หนี้ที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน จำเลยไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ทรัพย์มรดกของนางระพีพรรณมีที่ดินอีกสองแปลงพอที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้ศาลชั้นต้นคืนค่าอ้างเอกสารหมายจ.6 จำนวน 5 บาท และค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินจำนวน 150 บาท ให้แก่โจทก์และคืนค่าอ้างเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 รวมจำนวน 15 บาท ให้แก่จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่านางระพีพรรณซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นหนี้โจทก์อันกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนคิดถึงวันฟ้องเป็นเงินทั้งสิ้น 215,578.63 บาท และทรัพย์มรดกของนางระพีพรรณที่เหลือมีแต่ที่ดินโฉนดเลขที่ 65513 และ65514 ตำบลบางด้วน (บางจากฝั่งเหนือ) อำเภอภาษีเจริญกรุงเทพมหานคร รวมเนื้อที่ 258 ตารางวา ติดจำนองธนาคารกสิกรไทยเป็นเงิน 300,000 บาทเศษ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีสิทธินำสืบหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 หักล้างหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย ล.1แม้จะมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศาล ส่วนจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบเพื่อให้ศาลเชื่อว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 65513 และ 65514ของจำเลยมีราคาตารางวาละ 2,500 บาท โดยมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย ล.1 ต่อศาล ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับฟังพยานเอกสารดังกล่าวชอบแล้วนั้น ปรากฏว่าเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยอ้างส่งหนังสือรับรองราคาประเมินสำเนาหนังสือสัญญาจำนอง สำเนาบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน และสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.5ต่อศาลโดยมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 และขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นอนุญาต ถึงวันนัดจำเลยแถลงว่า ที่ดิน (โฉนดที่ดิน) ของจำเลยที่ยื่นต่อศาลได้ติดจำนองธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยดอกเบี้ยคิดถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2530 เป็นเงิน 381,088.89 บาท แต่ที่ดินทั้งสองแปลงของจำเลยมีราคารวมกันมากกว่าจำนวนหนี้ที่โจทก์อ้างโจทก์จำเลยขอเวลาเจรจากันโดยโจทก์จะไปดูสภาพที่ดินก่อนและขอเลื่อนไปนัดพร้อม ถึงวันนัดโจทก์จำเลยแถลงร่วมกันว่าตกลงกันไม่ได้ และโจทก์อ้างส่งหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6โดยมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศาลและในการสืบพยานจำเลยต่อมา นายพีรพลผู้จัดการมรดกของนางระพีพรรณพยานจำเลยเบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์รับว่า หนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 ซึ่งประเมินราคาที่ดินแปลงเดียวกันกับหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย ล.1 เป็นการประเมินเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์2531 ราคาตารางวาละ 1,400 บาท สำหรับหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 เห็นว่า ในการสืบพยานจำเลยชั้นแรกนายพีรพลผู้จัดการมรดกของนางระพีพรรณอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า ที่ดินตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ล.4 และ ล.5 ราคาประเมินตารางวาละ2,500 บาท ตามหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย ล.1 โจทก์จึงอ้างหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 มาหักล้างคำของนายพีรพลและข้อความตามหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย ล.1เมื่อนายพีรพลพยานจำเลยเบิกความรับรองหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 ดังกล่าวมา โจทก์ย่อมมีสิทธิอ้างอิงหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 เป็นพยานหลักฐานประกอบคำของนายพีรพลโดยไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงเอกสารต่อศาลได้ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟังหนังสือรับรองราคาประเมินเอกสารหมาย จ.6 เพราะโจทก์มิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศาลนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วยฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนหนังสือรับรองราคาประเมิน สำเนาหนังสือสัญญาจำนองและสำเนาบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เอกสารหมาย ล.1ถึง ล.3 ที่จำเลยอ้างส่งโดยมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศาลนั้น เห็นว่าการพิจารณาคดีล้มละลายผิดแผกแตกต่างกับการพิจารณาคดีแพ่งสามัญเพราะพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนมีผลในทางตัดสิทธิและเสรีภาพของผู้ที่ถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ศาลต้องพิจารณาเอาความจริงตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 3483ว่ามีเหตุอันควรให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่ และจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่เป็นประเด็นข้อสำคัญในคดีที่มีความจำเป็นจะต้องสืบพยานอันเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งหนังสือรับรองราคาประเมิน สำเนาหนังสือสัญญาจำนองและสำเนาบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญที่จะแสดงได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ แม้จำเลยจะมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศาลก็ตาม แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟังพยานเอกสารเพราะจำเลยมิได้ยื่นบัญชีแสดงเอกสารต่อศาลนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วยและในปัญหานี้คู่ความจะมิได้ฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขึ้นมาศาลฎีกาก็เห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ได้..." พิพากษายืน แต่ไม่คืนค่าอ้างเอกสารหมาย จ.6 จำนวน 5 บาทให้แก่โจทก์และไม่คืนค่าอ้างเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 รวมจำนวน15 บาท ให้แก่จำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2534 นาย กำพล จึงประเสริฐศ รี โจทก์ กอง มรดก ของ นาง ระพีพรร ณ บุญ แต่ง หรือ จำเลย ทศ แสน สิน โดย นาย พีร พล ทศ แสน สิน ผู้จัดการมรดก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย กำพล จึงประเสริฐศ รี · จำเลย - กอง มรดก ของ นาง ระพีพรร ณ บุญ แต่ง หรือ · จำเลย - ทศ แสน สิน โดย นาย พีร พล ทศ แสน สิน ผู้จัดการมรดก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · สวิน อักขรายุธ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 1339/2499ฎีกา 3007/2525ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2732/2534ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 3219/2534ฎีกา 149/2526ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 280/2505ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ