⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 695/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2500

ป.พ.พ. ม.7, 887 · ป.วิ.แพ่ง ม.59, 142, 229 · ป.วิ.อาญา ม.46

ย่อคำพิพากษา

ลูกหนี้ร่วมคนใดคนหนึ่งต้องรับผิดชำระหนี้ทั้งหมด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ 1 เป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทพายัพวนกิจ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จองหุ้นจำเลยทั้งสองได้จ้างโจทก์ดำเนินการจัดตั้งบริษัทนั้นตามที่ได้จดทะเบียนหนังสือบริคณสนธิไว้แล้ว ตกลงค่าจ้างกันตามที่ที่ประชุมตั้งบริษัทจะได้มีมติกำหนดให้ โจทก์ตกลงและจัดการต่าง ๆ ให้จนกระทั่งวันที่ 4 ตุลาคม 2494 ที่ประชุมตั้งบริษัทพายัพวนกิจ จำกัด ได้มีมติจ่ายเงินค่าบำเหน็จแก่โจทก์เป็นเงิน 3,000 บาท นอกจากนี้โจทก์ยังได้ทดรองจ่ายเงินพาหนะในการไปที่ต่าง ๆ ตามที่จำเลยสั่งรวมเป็นเงิน 96 บาท โจทก์ได้ทวงถามเงินสองจำนวนนี้จากจำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยไม่ยอมชำระให้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินสองจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยเป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทพายัพวนกิจ จำกัด และที่ประชุมตั้งบริษัทได้ลงมติให้บำเหน็จแก่โจทก์เป็นเงิน 3,000 บาทจริง แต่ต่อสู้เป็นใจความว่า จำเลยไม่ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์ดังฟ้องและบริษัทพายัพวนกิจนี้ จดทะเบียนเป็นบริษัทไม่สำเร็จ โดยโจทก์ไม่ขวนขวายให้เป็นผลสำเร็จ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยเป็นแต่เพียงผู้จองหุ้นในบริษัทพายัพวนกิจ ต่อสู้ว่า ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทำนองเดียวกับคำให้การจำเลยที่ 1 กับตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างซึ่งโจทก์เป็นทนายและทำไปตามหน้าที่ทนาย โจทก์ฟ้องคดีเกิน 2 ปีแล้ว ขาดอายุความตาม มาตรา 165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลแพ่งพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงินค่าบำเหน็จ 2,500 บาท กับเงินทดรอง 70 บาท แก่โจทก์ และให้ จำเลยที่ 1 ใช้เงินทดรองแก่โจทก์อีก 26 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่ง ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดใช้เงินทดรองอีก 26 บาท แก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลแพ่ง จำเลยทั้งสองฎีกาต่อมา แต่ศาลแพ่งสั่งรับฎีกาเฉพาะฎีกาข้อ 3 ซึ่งเป็นปัญหากฎหมาย ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว ฎีกาข้อ 3 ซึ่งศาลสั่งรับมีความว่า ตามกฎหมายเมื่อได้จดทะเบียนบริคณห์สนธิแล้ว ผู้ที่จดทะเบียน คือผู้ก่อการจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน กรณีนี้จดทะเบียนไว้ 10 คน ควรจะบังคับให้ใช้คนละ 1 ใน 10 ฉะนั้น จำเลยจะต้องใช้เพียง 250 บาทเท่านั้น เห็นว่า เรื่องนี้แม้จะมีผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมอยู่ด้วยกันหลายคนก็ดี แต่ก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้รายนี้ทั้งหมดในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม นอกจากนั้นแล้วข้อกฎหมายข้อนี้ก็ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ตลอดจนชั้นอุทธรณ์ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อนี้ไม่ได้จึงให้ยกเสีย ค่าธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2500 นายประสิทธิ์ กล้าหาญ โจทก์ พระยาดุลยธรรมธาดาราชวรสภาบดี (เสียง ดุลยจินดา) ที่ 1 จำเลย คุณหญิงดุลยธรรมธาดาราชวรสภาบดี (พงา ดุลยจินดา) ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ กล้าหาญ · จำเลย - พระยาดุลยธรรมธาดาราชวรสภาบดี (เสียง ดุลยจินดา) ที่ 1 · จำเลย - คุณหญิงดุลยธรรมธาดาราชวรสภาบดี (พงา ดุลยจินดา) ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 4715/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2194/2552ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 94/2493ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 533/2521ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา