คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1234/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาค้ำประกันที่ปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนในวันทำสัญญา แต่ได้ปิดเพิ่มเติมครบถ้วนและขีดฆ่าแล้วก่อนยื่นฟ้อง สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญาค้ำประกันปิดอากรแสตมป์ในวันทำสัญญาไม่ครบถ้วน แต่ก่อนยื่นฟ้องได้ปิดเพิ่มเติมครบถ้วนและขีดฆ่าแล้ว ดังนี้ย่อมใช้สัญญาค้ำประกันนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ส่วนการที่จะต้องรับผิดเสียอากรเพิ่มนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินไป ๙,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยตามกฎหมาย จำเลยที่๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จึงฟ้องให้ชำระ ถ้าไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน
จำเลยที่ ๑ ให้การว่ากู้ไปเพียง ๕,๐๐๐ บาท แต่จำเลยหาเงินชำระไม่ได้ จึงโอนสวนยางและสวนมะพร้าวใช้หนี้โจทก์เสร็จไปแล้ว จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธว่าไม่ได้ค้ำประกัน
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยที่ ๑ ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย ถ้าไม่ใช้ ให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงยืนศาลอุทธรณ์และวินิจฉัยข้อกฎหมายไว้ด้วยว่า แม้จะปรากฎว่าเอกสารสัญญาค้ำประกันชั้นแรกปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วน แต่ภายหลังได้ปิดเพิ่มเติมครบถ้วนและขีดฆ่าก่อนฟ้องก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ส่วนการที่จะต้องรับผิดเสียอากรเพิ่มย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1234/2501
นายเอ้ง จงสาม โจทก์
นายอ๋วน กั้วพานิชย์หรือพานิชย์ ที่ 1 นายคล้าย ช่างทำ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอ้ง จงสาม · จำเลย - นายอ๋วน กั้วพานิชย์หรือพานิชย์ ที่ 1 นายคล้าย ช่างทำ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติธรรมประกรณ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเชิญ โกศิน · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ พานิชอัตรา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา