⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1269/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยพาโคที่พบเห็นอยู่ตามลำพังไป โดยไม่ได้รู้มาก่อนว่าโคเป็นของผู้เสียหาย ย่อมเป็นการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายเคยปล่อยโคหากินตามลำพังในตอนเช้า ตอนบ่ายจึงต้อนกลับ โคหายไป รุ่งขึ้นมีคนเห็นโคอยู่ตามลำพัง รุ่งขึ้นอีกวันจึงมีผู้เห็นจำเลยพาโคนั้นไป กรณีเช่นนี้จำเลยย่อมมีผิดฐานยักยอกเก็บทรัพย์ของผู้อื่น หามีผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรไม่ (ไม่ได้ความว่าจำเลยรู้มาก่อนว่าโคเป็นของผู้เสียหาย)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๐๐ มีคนร้ายลักโคของนายประสงค์ นันตะสุข ไป ๑ ตัว วันที่ ๒๙ เดือนเดียวกัน มีคนพบจำเลยอยู่กับโคของกลาง ทั้งจำเลยได้ฆ่าโคตัวนี้เสีย ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรและใช้ราคาโค และฐานผิด พ.ร.บ.อากรการฆ่าสัตว์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยที่ ๑,๒ เป็นคนร้ายลักโครายนี้ หลักฐานว่าคนทั้งสองฆ่าโคด้วยนั้นยังไม่พอรับฟังพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ ๑,๒ ตามประมวล อาญา ม.๓๓๕ (๗) (๑๒) คนละ ๒ ปี และให้ใช้ราคาโค แต่ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๓ และลงโทษจำเลยที่ ๑-๒ ฐานฆ่าโคไม่ได้รับอนุญาตด้วย จำเลยที่ ๑-๒ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าหลักฐานโจทก์ไม่พอลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานใดเลย พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑-๒ ด้วย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑-๒ ศาลฎีกาฟังว่า ผู้เสียหายมีโค ๒ ตัว เคยเลี้ยงโดยตอนเช้าปล่อยโคออกจากบ้านไปหากินตามลำพัง ตอนบ่ายจึงต้อนกลับ ในวันเกิดเหตุที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๐๐ ตอนบ่ายผู้เสียหายไปดูไม่เห็นโคเช่นเคย ค้นอยู่จนค่ำก็ไม่พบ รุ่งขึ้นค้นอีกจนเที่ยงก็ไม่พบ จึงรับไปแจ้งความกับนายบุญผู้ใหญ่บ้าน ครั้งตกค่ำโคกลับมาบ้านตัวหนึ่ง รุ่งขึ้นวันที่ ๒๙ มีคนมาบอกว่าเห็นโคนอนอยู่ตามทางเดินในหมู่บ้าน ต่อมามีพยานเห็นจำเลยที่ ๑-๒ อยู่กับโคนั้น และพาโคไปทางหมู่บ้านขัวขอนแคน มีพยานอีกปากเห็นจำเลยทั้งสามหาบเนื้อออกจากป่าช้า นายบุญผู้ใหญ่บ้านจึงไปดูที่ป่าช้าพบทรากโคเป็นโคตัวที่หาย จึงพากันไปดูที่กระท่อมจำเลยที่ ๑ ตอนนั้นเวลาค่ำแล้ว เห็นจำเลยที่ ๑ เอาไหเนื้อฝังดินไว้เมื่อตอนจวนสว่าง รูปคดีเป็นดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ก่อนที่จะวินิจฉัยว่าพยานโจทก์พอลงโทษจำเลยหรือไม่ มีข้อที่จะต้องคิดว่าจำเลยจะมีผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า กรณีฟังได้ถนัดว่าโคพลัดเพริดไปโดยอิสสระ การที่จำเลยที่ ๑-๒ มาจับเอาไปในตอนหลังก็ไม่ได้ความว่าจำเลยรู้ว่าเป็นโคของผู้เสียหาย ฉะนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจะเป็นผิดทางอาญา ก็แต่ในฐานยักยอกเก็บทรัพย์ของผู้อื่นตามประมวลอาญา ม.๓๕๒ วรรค ๒ เท่านั้น ข้อเท็จจริงปรากฎในการพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องในสาระสำคัญ จะลงโทษจำเลยไม่ได้ +วินิจฉัยข้อเท็จจริงอันใดต่อไป ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2501 อัยการสกลนคร โจทก์ นายวัน ฮุงหวน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสกลนคร · จำเลย - นายวัน ฮุงหวน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒินัยเนติศาสตร์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายเวท ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถไพศาลศรุดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 98/2537ฎีกา 1331/2479ฎีกา 7100/2538ฎีกา 824/2535ฎีกา 1057/2514ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 113/2566ฎีกา 7993/2547ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 337/2535ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 3595/2532ฎีกา 831/2532ฎีกา 5702/2533ฎีกา 2274/2525ฎีกา 617/2536ฎีกา 490/2542ฎีกา 3620/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา