⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1314/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ระบุว่าเป็นการยกทรัพย์สินให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่าเป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญา ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญายกให้ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีผลบังคับ เมื่อข้อความในสัญญาที่โจทก์อ้าง มีข้อความแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยจะให้ที่ดินครั้งนี้เพราะโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนางกีเจ้าของเดิม ซึ่งบอกว่าให้แก่โจทก์ตั้งแต่ก่อนที่นางกีโอนที่พิพาทให้แก่จำเลย ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่า เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยเลยสัญญาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะยกที่ดินให้โจทก์ตามที่นางกีได้เคยพูดไว้เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ.มาตรา 850

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นบุตรนางเทียน โจทก์กับนางเทียนเป็นบุตรบุญธรรมของนายใช้นางกี นายใช้ตาย นางกีรับมรดกที่พิพาทแล้วโอนให้จำเลยแต่ผู้เดียวไม่แบ่งให้โจทก์ โจทก์จะฟ้องเพิกถอนการโอนให้ จำเลยจึงตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมแบ่งที่พิพาทให้โจทก์แล้วไม่ปฏิบัติตามสัญญายอม จึงฟ้องขอให้แบ่งตามยอม จำเลยต่อสู้ว่า สัญญาที่โจทก์อ้างไม่ใช่สัญญายอมความ เป็นสัญญาให้ โจทก์ไม่ใช่บุตรบุญธรรมของนายใช้นางกี วันชี้สองสถาน โจทก์แถลงว่า เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยว่าเป็นสัญญาให้โดยเสน่ห์โจทก์ประพฤติไม่เป็นที่พอใจจำเลย จำเลยไม่สมัครใจให้ต่อไป โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยเฉพาะตามสัญญาท้ายฟ้องหมาย จ.๑ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยมีอยู่ข้อเดียว คือ สัญญาหมาย จ.๑ ข้อที่โจทก์แถลงเรื่องบุตรบุญธรรมไม่จำเป็นต้องนำพยานเข้าสืบ จึงให้งดสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาหมาย จ.๑ ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ มีลักษณะเป็นสัญญาให้อสังหาริมทรัพย์ซึ่งยังมิได้มีการโอนกันให้ถูกต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความในสัญญาหมาย จ.๑ มีแต่เพียงว่า จำเลยจะแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในฐานะเป็นลุงของจำเลย โดยมิได้ซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกับสิ่งของอื่นแต่อย่างใด การที่จะให้ที่ดินครั้งนี้เพราะโจทก์เป็นบุตรเลี้ยงของนางกีเจ้าของโฉนดเดิม ซึ่งบอกว่าให้แก่โจทก์ตั้งแต่ก่อนที่นางกีโอนที่ดินแปลงนี้ให้เป็นสิทธิแก่จำเลย ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าเป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยเลย สัญญาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะยกที่ดินให้โจทก์ตามที่นางกีได้เคยพูดไว้เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๘๕๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2501 นายบุญชู เจริญศรี โจทก์ นายบุญศรี เจริญศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญชู เจริญศรี · จำเลย - นายบุญศรี เจริญศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายวัฒนา ชิตวารี · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว.วงษ์ศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3191/2547ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 2026/2494ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 319/2530ฎีกา 488/2472ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 308/2509ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 953/2505ฎีกา 2431/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา