⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 251/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2501

ป.พ.พ. ม.37, 420, 425 · ป.วิ.แพ่ง ม.57, 58

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีจะร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีที่ภรรยาถูกฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ โดยอ้างว่าภรรยาทำนิติกรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากตนก่อนนั้น จะยังไม่จำเป็นในชั้นนี้ หากยังไม่ปรากฏว่าโจทก์จะบังคับเอาจากทรัพย์สินส่วนตัวของสามี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ สามีจำเลยขอเข้าเป็นจำเลยร่วมอ้างว่า เพื่อคุ้มครองสิทธิของตนโดยที่จำเลยทำนิติกรรมไปไม่ได้รับความยินยอมจากตนก่อน ดั่งนี้ ศาลไม่อนุญาต เพราะถึงแม้ว่าโจทก์ชนะคดี ก็ยังไม่แน่ว่าโจทก์จะบังคับเอาจากทรัพย์ใด โจทก์อาจบังคับเอาจากทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ จึงยังไม่จำเป็นที่ผู้ร้องสามีจำเลยจะต้องร้องขอความคุ้มครองสิทธิ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.37 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.37 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ จำเลยต่อสู้ว่าหนังสือสัญญากู้ไม่สมบูรณ์เพราะจำเลยพิมพ์นิ้วมือมีพยานรับรองแต่ผู้เดียว และจำเลยเป็นหญิงมีสามี ทำนิติกรรมสัญญากู้โดยสามีมิได้ยินยอม ระหว่างชี้สองสถานผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าเพื่อยังให้ผู้ร้องได้รับความคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่มีอยู่ เพราะผู้ร้องผู้เป็นสามีไม่ได้ยินยอมให้จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ นิติกรรมจึงไม่ผูกพันสินบริคณห์ ผู้ร้องจึงขอบอกล้างนิติกรรมนี้ว่าเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามกันมาว่า แม้สามีจะบอกล้างนิติกรรมนี้ได้ตามกฎหมาย แต่ก็ยังคงผูกพันสินส่วนตัวของภรรยา และในชั้นนี้ หากโจทก์ชนะคดีก็ยังไม่แน่ว่าจะบังคับเอาจากทรัพย์ใด จึงยังไม่จำเป็นที่ผู้ร้องจะต้องขอความคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิ จึงไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วม ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า หากโจทก์ชนะคดีและยึดทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลย แม้ผู้ร้องจะเป็นสามี จำเลยก็ไม่มีสิทธิคัดค้านโจทก์ได้ เพราะในส่วนที่เกี่ยวด้วยสินส่วนตัวหญิงมีสามีย่อมมีฐานะอย่างบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะ จึงยังไม่จำเป็นที่จะต้องสั่งอนุญาตในขณะนี้ให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2501 นายยงยุทธ ธนานันท์ โจทก์ นางเล็ก แซ่ฉั่ว หรือ จันทสิต จำเลย นายพร จันทสิต ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยงยุทธ ธนานันท์ · จำเลย - นางเล็ก แซ่ฉั่ว หรือ จันทสิต · ผู้ร้อง - นายพร จันทสิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแปล บุณยเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม เลขยานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 883/2518ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 988/2485ฎีกา 4976/2536ฎีกา 609/2526ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 12017/2557ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 602/2488ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา