⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 82/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจดรายงานพิจารณาว่าจำเลยรับสารภาพตลอดข้อหาและให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยอีกคนหนึ่ง ซึ่งปฏิเสธนั้น หากโจทก์ไม่สืบพยาน ก็ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยให้การไว้แต่เดิม คือจำเลยกระทำการลักทรัพย์แต่ผู้เดียว โดยไม่ถือว่าจำเลยสละข้อต่อสู้เดิมที่ให้การไว้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง 2 สมคบกันลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 335(7) จำเลยที่ 2 รับสารภาพว่า ทำการลักทรัพย์แต่ผู้เดียว ไม่ได้สมคบกับจำเลยที่ 1 แต่ศาลจดรายงานพิจารณาว่า จำเลยที่ 2 รับสารภาพตลอดข้อหาและให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งปฏิเสธ เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน คดีก็ฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 2 ลักทรัพย์แต่ผู้เดียว ตาม ม.334 คงลงโทษจำเลยที่ 2 ได้ตาม ม.334 เท่านั้น โดยเป็นที่เห็นได้ว่าข้อความที่ศาลจดไว้ในรายงานพิจารณานั้นเป็นถ้อยคำของศาลเอง มิใช่เป็นการที่จำเลยที่ 2 ขอให้การใหม่ เพราะไม่มีข้อความใดว่าจำเลยที่ 2 ขอให้การใหม่สละข้อต่อสู้ที่ให้การไว้แต่เดิมเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ลักทรัพย์ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๒ สมคบกันลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๗),๘๓ จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธ จำเลยที่ ๒รับสารภาพแต่กล่าวว่า ได้ทำการลักทรัพย์ผู้เดียว โดยจำเลยที่ ๑ มิได้ลักด้วย ศาลสั่งให้โจทก์ แยกฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีใหม่ และตัดสินคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ที่รับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๓๓๕(๗), ๘๓ จำคุก ๓ ปี รับลดกึ่งตามม. ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอลดหย่อนผ่อนโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยที่ ๒ ตาม ม.๓๓๕(๗) นั้นยังไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยที่ ๒ ว่าทำการลักแต่ผู้เดียวซึ่งเป็นความผิดตาม ม.๓๓๔ จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๒ ผิด ม.๓๓๔ จำคุก ๒ ปี ลดรับกึ่งตาม ม.๗๘ คงจำคุก ๑ ปี โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ ควรมีผิดตาม ม.๓๓๕(๗) เพราะจำเลยรับสารภาพตลอดข้อหา ดังปรากฎในรายงานพิจารณาลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๐๐ ศาลฎีกาพิเคราะห์รายงานพิจารณาลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๐๐ แล้ว เห็นว่าข้อความที่ศาลจดว่า จำเลยที่ ๒ รับสารภาพตลอดข้อหานั้นเป็นถ้อยคำชองศาลเอง มิใช่เป็นการที่จำเลยที่ ๒ ขอให้การใหม่ เพราะไม่มีข้อความใดว่าจำเลยขอให้การใหม่ สละข้อต่อสู้ที่ให้การไว้แต่เดิมเลย ฉะนั้น เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ก็ต้องฟังว่าจำเลยที่ ๒ ทำผิดแต่ผู้เดียว พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82/2501 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายคิ้ม แซ่ก๊วย ที่ 1, นายกิมพัว แซ่ลี้ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายคิ้ม แซ่ก๊วย ที่ 1, นายกิมพัว แซ่ลี้ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสรรค์ สุชาติวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริหารพินิจฉยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 481/2526ฎีกา 1331/2479ฎีกา 597/2485ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 490/2542ฎีกา 4893/2549ฎีกา 3620/2566ฎีกา 203/2511ฎีกา 2724/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา