⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 911/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2501

ป.พ.พ. ม.298, 456 · ป.วิ.แพ่ง ม.142, 245

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อหนี้อันจะแบ่งชำระมิได้และมีเจ้าหนี้ร่วม เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งอาจเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ทั้งหมดได้ * สัญญาจะซื้อขายที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่มีการวางเงินมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนแล้ว สามารถบังคับกันได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อสัญญาจะซื้อขายในคดีนี้มีลักษณะเป็นหนี้อันจะแบ่งชำระมิได้และโจทก์ที่ 1 ที่ 2 เป็นเจ้าหนี้ร่วม โจทก์คนใดคนหนึ่งก็อาจเรียกให้จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ชำระโดยสิ้นเชิงได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 298 แม้ระหว่างอุทธรณ์โจทก์ที่ 2 ตาย ศาลสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ที่ 2 ไปแล้วก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจบังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ที่ 1 จนเต็มจำนวนได้ ส่วนใครจะได้รับส่วนแบ่งของโจทก์ที่ 2 ที่โจทก์ที่ 1 ได้รับไปนั้น ไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย สัญญาจะซื้อขายนั้นกฎหมายมิได้บังคับว่าจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือเสมอไป ถ้ามีการวางเงินมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนกันแล้ว สัญญานั้นก็บังคับกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.298 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.298 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ตกลงขายที่ดินไม่มีโฉนด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเงิน ๑๖,+ บาท โจทก์ชำระล่วงหน้า ๖,๐๐๐ บาท จำเลยได้มอบที่ดินให้โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ โจทก์เตือนให้จำเลยไปทำการโอน จำเลยก็ผัดผ่อนเรื่อยมา จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของโจทก์ ให้จำเลยโอนและรับเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยรับว่าได้ตกลงจะขายที่ดินดังกล่าวจริงแต่โจทก์ไม่มีเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มาชำระ จึงขอเลิกสัญญาดังกล่าว และขอเงิน ๖,๐๐๐ บาทคืน ฯลฯ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจรื้อฟื้นข้อสัญญาซื้อขายมาบังคับจำเลยอีก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยให้จำเลยรับเงินราคาที่ดินที่ยังค้าง ๑๐,๐๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์โจทก์ที่ ๒ ตาย ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่างคดีเฉพาะ โจทก์ที่ ๒ และพิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โอนที่พิพาทให้แก่โจทก์ที่ ๑ คนเดียวนั้นไม่ชอบ อย่างมากควรบังคับให้โจทก์ชนะคดีแต่เพียงครึ่งเดียว เพราะโจทก์ที่ ๒ ตายแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาจะซื้อขายรายนี้มีลักษณะเป็นหนี้อันจะแบ่งชำระได้ โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าหนี้ร่วม ฉะนั้นโจทก์คนใดคนหนึ่งก็อาจเรียกให้จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ชำระโดยสิ้นเชิงได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๒๙๘ ศาลอุทธรณ์ ย่อมมีอำนาจบังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ร่วมคนหนึ่งจนเต็มจำนวนได้ ส่วนใครจะได้รับส่วนแบ่งของโจทก์ที่ ๒ ที่โจทก์ที่ ๑ ได้รับไปนั้นไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ส่วนสัญญาจะซื้อขายนั้นกฎหมายมิได้บังคับว่าจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือเสมอไป ถ้ามีการวางเงินมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วน สัญญานั้นก็บังคับได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์จ่ายเงินล่วงหน้าและจำเลยชำระหนี้บางส่วนแล้ว สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวจึงบังคับได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๔๕๖ วรรค ๒ ฯลฯ พิพากษา+ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2501 นายป้อม รักษาธรรม กับพวก โจทก์ นายเขียน สมใจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายป้อม รักษาธรรม กับพวก · จำเลย - นายเขียน สมใจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · นิติธรรมประกรณ์ · วุฒิศักดิ์เนตินาท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายจรอง อมะรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1721/2528ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1657/2503ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา