⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1000/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2502

ย่อคำพิพากษา

ผู้ว่าคดีฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงในข้อหาฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลแขวงไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหาฐานรับของโจร โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลยต่อศาลอาญา ในข้อหาฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรจำเลยรับสารภาพรับของโจร ดังนี้ ถือว่า จำเลยรับสารภาพเต็มตามฟ้องในความผิดฐานหนึ่งแล้ว ศาลก็พิพากษาลงโทษจำเลยตามคำรับของจำเลย โจทก์จะโต้แย้งขอนำสืบให้เป็นความผิดอีกฐานหนึ่งไม่ได้ เพราะจะเป็นการนำสืบให้กลายเป็นความผิด 2 ฐานไป (อ้างฎีกาที่ 1801/2493) โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลอาญา ฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งศาลแขวงสั่งว่าคดีมีมูลเฉพาะฐานรับของโจร ศาลอาญาจึงประทับฟ้องเฉพาะข้อหาฐานรับของโจร และจำเลยรับสารภาพ ฐานรับของโจรและศาลลงโทษไปแล้ว โจทก์จะฎีกาขอให้รับประทับฟ้องทั้งฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร จึงไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 242(1), 247 และ ป.วิ.อ. มาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ความว่า พนักงานสอบสวนยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ หาว่าจำเลยทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลแขวงพระนครเหนือไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูลฐานรับของโจร และส่งสำนวนมาพนักงานอัยการ ๆ เห็นว่าศาลแขวงมิได้พิพากษายกฟ้อง ฐานลักทรัพย์ พนักงานอัยการจึงฟ้องจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓ ศาลอาญาสั่งประทับฟ้องฐานรับของโจร ส่วนฐานลักทรัพย์ไม่ประทับฟ้อง จำเลยแถลงขอต่อสู้คดี โจทก์แถลงว่ายังติดใจอุทธรณ์เรื่องที่ศาลสั่งไม่ประทับฟ้องฐานลักทรัพย์ ขอให้รอคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์ก่อน ศาลอาญาสั่งให้รอว่า โจทก์จะอุทธรณ์หรือไม่ไว้ก่อน ๑๕ วัน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลประทับฟ้อง ฐานลักทรัพย์ของโจทก์ไว้พิจารณาด้วย หากศาลสั่งประการอื่น ขอให้ถือว่าคำร้องนี้ เป็นคำร้องคัดค้านการไม่ประทับฟ้องฐานลักทรัพย์ไว้ เพื่อสงวนสิทธิในการอุทธรณ์ต่อไป วันนัดพิจารณา จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน ศาลอาญาพิพากษาจำคุกจำเลยฐานรับของโจร เมื่อลดแล้วคงจำคุกหกเดือน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจรนั้น ถ้าจำเลยรับสารภาพเต็มตามฟ้องในความผิดฐานใดฐานหนึ่งแล้ว ศาลก็พิพากษาลงโทษจำเลยไปตามคำรับของจำเลยนั้น โดยโจทก์ไม่อาจโต้แย้งขอนำสืบให้เป็นความผิดอีกฐานหนึ่งได้ เพราะจะเป็นการนำสืบให้กลาย เป็นความผิด ๒ ฐาน ไป สำหรับคดีนี้ จำเลยก็รับสารภาพฐานรับของโจร ศาลลงโทษจำเลยไปแล้ว ฎีกาโจทก์ที่ขอให้ศาลประทับฟ้องทั้งในฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตร ๒๔๒ (๑) , ๒๔๗ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวีระ แสงจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายวีระ แสงจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิมนต์นฤนาท · มนูภันย์วิมลสาร · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเรือง กาเล็ก · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว. วงษ์ศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 8735/2542ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา