⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1020/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีผลผูกพันคู่สัญญาเพียง 3 ปี และไม่ผูกพันผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น เว้นแต่ผู้รับโอนจะทราบหรือควรจะทราบถึงข้อตกลงนั้น.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เช่าที่ดินทำสัญญาเช่าที่ดินกับเจ้าของเดิม และได้ปลูกสร้างอาคารบนที่ดินนั้น โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่า เมื่อสร้างอาคารเสร็จแล้ว จะต้องให้ผู้เช่าได้มีสิทธิใช้ประโยชน์ต่อไปเป็นกำหนด 15 ปี นับแต่ปลูกสร้างเสร็จแต่สัญญานี้ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และกำหนดเวลาเช่า 3 ปี ล่วงเลยแล้ว ที่ดินแปลงนี้ได้โอนขายไปยังบุคคลอื่นต่อไป ผู้ที่รับซื้อที่ดินไว้ ย่อมฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ดินนั้นได้ เพราะข้อตกลงจะมีลักษณะเป็นสัญญาเช่าหรือเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างอื่นก็ตาม ย่อมไม่ผูกพันผู้ซื้อ เพราะหากพิจารณาในแง่เป็นสัญญาเช่า ซึ่งผู้รับโอนต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่าด้วย การเช่ามีผลตามกฎหมายเพียง 3 ปีเท่านั้น เพราะไม่ได้จดทะเบียน กำหนดเวลาเช่า 3 ปี ก็ล่วงเลยมาเสียแล้วและหากพิจารณาในแง่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างอื่น ก็หามีผลผูกพันไปถึงผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลภายนอกรับโอนกรรมสิทธิ์มาโดยสุจริตไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๓๓๔๘ พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้าง คือ ตึกเลขทะเบียนสำมะโนครัว ที่ ๑๗๑ โดยซื้อมาจาก ม.จ. อาชวดิศ ดิศกุล โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยผู้อาศัยทำการค้าอยู่ ณ ตึกดังกล่าวของโจทก์ได้ทราบว่า โจทก์เป็นเจ้าของของกรรมสิทธิ์แล้ว ขอให้จำเลยย้ายที่ทำการออกไป ครบกำหนดแล้วจำเลยยังไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ออกจากตึกรายนี้ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้เช่าที่ดิน โฉนดที่ ๓๓๔๘ มาจากผู้มีชื่อและได้ปลูกสร้างอาคารเลขที่ ๑๗๑ โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าเมื่ออาคารเสร็จแล้ว จะต้องให้จำเลยได้สิทธิใช้ประโยชน์ต่อไปเป็นระยะเวลากำหนด ๑๕ ปี นับแต่ปลูกสร้างเสร็จและขณะนี้ยังไม่สิ้นกำหนดตามระยะเวลาที่ได้ตกลงไว้นั้น โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่า เอกสารหมาย ล.๔ เป็นสัญญาเช่าที่ดินปลูกสร้างอาคารมีกำหนดเวลา ๑๕ ปี ที่จำเลยต่อสู้สัญญานี้ไม่ได้จดทะเบียน คู่ความไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าหมาย ล.๔ ไม่ได้จดทะเบียน และตั้งแต่วันทำสัญญา จนถึงบัดนี้ เกิน ๓ ปีแล้ว จำเลยหมดสิทธิ จะอยู่ในที่ดินและอาคาร ของโจทก์ต่อไป พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกรายพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าหมาย ล.๔ ไม่ได้จดทะเบียนและกำหนดเวลาเช่า ๓ ปี ล่วงเลยมาตั้งแต่ก่อนที่โจทก์จะได้ซื้อรับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์รายพิพาทมาเป็นของตน ข้อตกลงจะมีลักษณะเป็นสัญญาเช่า หรือสัญญาต่างตอบแทนอย่างอื่นก็ตาม ย่อมไม่ผูกพันโจทก์ เพราะพิจารณาในแง่เป็นสัญญาเช่า ซึ่งผู้รับโอนทรัพย์สินที่เขาจะต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่าด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๖๙ การเช่ามีผลเพียง ๓ ปี เพราะไม่ได้จดทะเบียนและกำหนดเวลาเช่า ๓ ปี ก็ล่วงเลยมาเสียแล้ว หากพิจารณาในแง่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างอื่น ก็หามีผลผูกพันไปถึงผู้ซื้อ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกรับโอนกรรมสิทธิ์มาโดยสุจริตด้วยไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2502 ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชยการ จำกัด โดยนายยม ตัณฑเศรษฐี กรรมการผู้ จัดการ โจทก์ บริษัท สุริวงศ์การาจ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกรรมการผู้ - ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชยการ จำกัด โดยนายยม ตัณฑเศรษฐี · โจทก์ - จัดการ · จำเลย - บริษัท สุริวงศ์การาจ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · มนูภันย์วิมลสาร · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายหรุ่น แขวงโสภา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2518ฎีกา 3341/2530ฎีกา 2265/2539ฎีกา 1434/2495ฎีกา 480/2534ฎีกา 2297/2541ฎีกา 1909/2540ฎีกา 691/2491ฎีกา 6939/2552ฎีกา 1216/2538ฎีกา 2946/2549ฎีกา 4379/2540ฎีกา 3806/2549ฎีกา 5542/2542ฎีกา 896-899/2518ฎีกา 1962/2548ฎีกา 1265/2496ฎีกา 534/2509ฎีกา 734/2516ฎีกา 163/2491ฎีกา 1678/2512ฎีกา 7609/2555ฎีกา 2505/2524ฎีกา 1111/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา