⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1053/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือรับสภาพหนี้มีผลผูกพันตามที่ระบุไว้ แม้จะกล่าวถึงมูลเหตุแห่งหนี้เพียงเพื่ออ้างอิงถึงที่มาของหนังสือรับสภาพหนี้ก็ตาม ศาลมีอำนาจสั่งงดพยานจำเลยได้ หากจำเลยจงใจประวิงคดีให้ล่าช้า โดยเฉพาะเมื่อจำเลยไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อให้พยานมาศาล และไม่ปรากฏหลักฐานการป่วยของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์ซื้อและขายข้าว จำเลยเป็นผู้จัดการของโจทก์ เมื่อคณะกรรมการมาตรวจ ปรากฏว่าข้าวขาดจำนวน แต่จำเลยไม่มีเงินมาให้ตรวจ จำเลยจึงทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ ว่าจำเลยทำเงินขาดไป ซึ่งจะว่าเป็นเรื่องข้าวขาดหรือเงินขาดก็ได้ จำเลยก็จะต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้เช่นเดียวกัน หนังสือรับสภาพหนี้จึงไม่ขัดกับคำฟ้องที่ว่าจำเลยทำข้าวเปลือกขาดจำนวนไปอันเป็นเพียงการกล่าวไปถึงมูลเหตุที่จำเลยจะทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้เท่านั้น แต่ข้อใหญ่ใจความของฟ้องโจทก์ก็คือ เรียกเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ ที่จำเลยทำให้ไว้นั่นเอง พยานจำเลยเป็นพยานหมาย แต่จำเลยไม่ขอหมายเรียกพยานให้มาศาล ถือได้ว่าเป็นความผิดของจำเลย ทั้งตัวจำเลยเองก็ไม่ได้มาศาล คงมีแต่โทรเลขบอกมายังทนายว่าป่วย ขอเลื่อนถึง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นการบอกป่วยมาลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานอย่างใด เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับจำเลยไม่ขอหมายเรียกพยานล่วงหน้าเสียด้วย เลยไม่มีพยานมาศาลเช่นนี้ รูปเรื่องแสดงว่า จำเลยแกล้งประวิงคดีให้ล่าช้า ศาลย่อมสั่งงดพยานจำเลยเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.41 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ซื้อและจำหน่ายข้าวจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ ๒เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ได้ทำข้าวเปลือกซึ่งอยู่ในหน้าทีขาดไป น้ำหนัก ๔,๑๒๐ ก.ก. คิดเป็นเงิน ๒,๖๓๗ บาท ๔๙ สตางค์ จำเลยที่ ๑ ไม่มีเงินใช้จึงทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ให้โจทก์ ๒๓๗ บาท ๔๙ สตางค์ คงเหลือ ๒,๔๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ต่อปี ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ข้าวเปลือกถูกฝนเสื่อมเสีย และลดน้ำหนักลงไปเอง จำเลยไม่ต้องรับผิดสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเรื่องโจทก์เรียกเงินสดมาตรวจ จำเลยไม่มีให้ตรวจ จำเลยจึงทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ แต่จำเลยได้ชำระเงินดังกล่าวให้โจทก์แล้ว ข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องจึงต่างกับข้อเท็จจริงในสัญญา และว่าฟ้องเคลือบคลุม ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๒,๔๐๐ บาท แก่โจทก์กับดอกเบี้ย ร้อยละ ๑๐ ต่อไป จากต้นเงิน ๒,๔๐๐ บาท แต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คดีนี้ จำเลยที่ ๑ ฎีกาข้อกฎหมาย ๒ ข้อ คือ (๑) ฟ้องโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ สัญญารับสภาพหนี้ที่จำเลยทำไว้ ฟังได้ตามกฎหมายเพียงไร (๒) ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยเสียนั้น เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สำหรับข้อ (๑) จำเลยอ้างว่า คำฟ้องบรรยายว่า จำเลยทำข้าวขาดหาย แต่ในหนังสือรับสภาพหนี้ว่า เรียกเงินสดที่จำเลยรักษาไว้มาตรวจ แต่จำเลยไม่มีตัวเงิน ข้อความจึงขัดกัน ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องว่าจำเลยทำข้าวเปลือกขาดจำนวนไป เป็นการกล่าวไปถึงมูลเหตุที่จำเลยจะทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้เท่านั้น แต่ข้อใหญ่ใจความของฟ้องโจทก์นี้ ก็คือ เรียกเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ ที่จำเลยทำให้ไว้นั่นเอง อนึ่งตามเรื่องมีว่า โจทก์เป็นสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์ซื้อและขายข้าว จำเลยเป็นผู้จัดการของโจทก์ เมื่อคณะกรรมการมาตรวจ ปรากฏว่าข้าวขาดจำนวน จำเลยก็จะต้องชดใช้เงิน เพราะเท่ากับจำเลยขายข้าวไปแล้ว แต่ไม่มีเงินมาให้ตรวจ จำเลยจึงทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ ซึ่งจะว่าเป็นเรื่องข้าขาดหรือเงินขาดก็ได้ จำเลยก็จะต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้เช่นเดียวกัน หนังสือรับสภาพหนี้จึงไม่ขัดกับคำฟ้อง เมื่อจำเลยรับอยู่ว่าทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์จริง คงโต้เถียงแต่เพียงว่า ได้ใช้หนี้ให้โจทก์เสร็จไปแล้ว ประเด็นของคดีจึงมาอยู่ที่ว่า จำเลยใช้หนี้แล้วจริงหรือไม่เท่านั้น สำหรับข้อ (๒) ศาลฎีกาเห็นว่า พยานจำเลยเป็นพยานหมาย แต่จำเลยไม่ขอหมายเรียกพยานให้มาศาล ถือได้ว่าเป็นความผิดของจำเลย ทั้งตัวจำเลยเองก็ไม่ได้มาศาล คงมีแต่โทรเลขมาบอกมายังทนายว่าป่วย ขอเลื่อนถึง ๒ ครั้ง ซึ่งเป็นการบอกป่วยมาลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานอย่างใด เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับจำเลยไม่ขอหมายเรียกพยานล่วงหน้าเสียด้วย เลยไม่มีพยานมาศาลเลยเช่นนี้ รูปเรื่องแสดงว่าจำเลยแกล้งประวิงคดีให้ล่าช้า ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดพยานจำเลยเสียนั้นชอบแล้ว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2502 สหกรณ์ขายข้าวหนองบัวลำภู จำกัดสินใช้ โดยนายประมวล โสภารัตน์ กับพวก ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายสุ่ม บุญราวิกุลที่ 1 นายเหล็ก ทาบรรเทิง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - สหกรณ์ขายข้าวหนองบัวลำภู จำกัดสินใช้ โดยนายประมวล โสภารัตน์ · โจทก์ - ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายสุ่ม บุญราวิกุลที่ 1 นายเหล็ก ทาบรรเทิง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิมนต์นฤนาท · มนูภันย์วิมลสาร · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายพัลลภ สังโขบล · ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร คชธีระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1193/2535ฎีกา 767/2518ฎีกา 1862/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2460/2517ฎีกา 2211/2534ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 916/2509ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา