⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1094/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ปกครองศาลเจ้ามีอำนาจฟ้องคดีทั้งแพ่งและอาญาเกี่ยวกับศาลเจ้าหรือที่ดินของศาลเจ้าได้ แม้ตนเองมิใช่คู่สัญญาโดยตรง และเมื่อสัญญาเช่าที่ดินของศาลเจ้าสิ้นสุดลง ทรัพย์สินที่ปลูกสร้างบนที่ดินนั้นย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของศาลเจ้าโดยผลของสัญญา.

ย่อคำพิพากษา

ถ้าเกี่ยวด้วยเรื่องศาลเจ้าไม่ว่าจะเป็นตัวศาลเจ้าหรือที่ดินของศาลเจ้า โจทก์ในฐานะผู้ปกครองศาลย่อมมีอำนาจหน้าที่ฟ้องคดีได้ทั้งแพ่งและอาญา และแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยโดยจำเลยทำสัญญากับกรมพระนครบาลกระทรวงมหาดไทยว่า จำเลยเช่าที่ดินของศาลเจ้าปลูกตึกเก็บเงินกินเปล่าและค่าเช่าตึก ครอบ 25 ปี ่จำเลยยอมยกตึกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ศาลเจ้า เช่นนี้ โจทก์ก็ยังมีอำนาจฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการนี้ได้ เมื่อสัญญาเช่าที่ดินรายนี้ได้สิ้นอายุลงโดยผลแห่งสัญญานี้ ตึกดังกล่าวย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ศาลเจ้าไปในตัวโดยมิพักต้องทำพิธีโอนหรือให้จำเลยยินยอมยกให้แก่ศาลเจ้าอีกหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลจ้าว ม.14 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ปกครอง ศาลเจ้าแม่ประดู่ตามหนังสือ แต่งตั้งของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๗๔ จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดิน ของศาลเจ้าแม่ประดู่เพื่อปลูกตึกและโดยมีข้อตกลงว่า เมื่อสร้างเสร็จแล้วจำเลยต้องส่งรายการค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างต่อศาลากลางจังหวัดและในระหว่างสัญญา เมื่อจำเลยเก็บรายได้จากผู้เช่าตึกปีหนึ่งเท่าใด หักในดอกเบี้ยเงินทุนก่อสร้างในอัตราชั่งละ ๕๐ สตางค์แล้ว เหลือเท่าใดจำเลยต้องส่งเงินรายได้ที่เหลือนั้นให้แก่ศาลเจ้าร้อย ๕ ต่อปี การเช่าที่ดินที่กำหนด ๒๕ ปี นับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เมื่อครบอายุการเช่าแล้วตึกและสิ่งปลูกสร้างตกเป็นกรรมสิทธิ์ของศาลเจ้า จำเลยได้ปลูกตึกเรียกเงินกินเปล่าและค่าเช่าตลอดมา แต่จำเลยไม่แสดงรายการค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างหรือแบ่งรายได้ให้แก่ศาลเจ้าเป็นการผิดสัญญา ตึกที่กล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของศาลเจ้าตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๐ โจทก์และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ห้ามจำเลยมิให้เข้าเกี่ยวข้องในการให้เช่าหรือเก็บผลประโยชน์จากผู้เช่า จำเลยไม่เชื่อฟัง การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิด ถ้าจำเลยไม่เข้าเกี่ยวข้องศาลเจ้าจะได้ค่าเชื่อเดือนละ ๓๐๐๐ บาทตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๐๐ ถึงวันฟ้อง รวมเป็นเงิน ๑๑,๙๗๐ บาท ขอให้ขับไล่และห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับตึกพิพาท กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๑,๙๗๐ บาท กับค่าเสียหายต่อไปเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะหยุดเข้ามาเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า โจทก์จะเป็นผู้ปกครองศาลเจ้าหรือมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ จำเลยไม่รับรอง โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย ๆ ไม่ได้ผิดสัญญาที่ จำเลยมิได้แบ่งรายได้ให้กับศาลเจ้าเพราะไม่มีกำไร กรรมสิทธิ์ในตึกพิพาทยังเป็นของจำเลย จำเลยยังมิได้ยกให้แก่ศาลเจ้าตามข้อตกลง สัญญาเช่ายังไม่สิ้นอายุ เพราะจำเลยกับกระทรวงมหาดไทยได้ตกลงกันยึดอายุสัญญาต่อไปอีก ๔ ปี ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสอง ให้ขับไล่และไม่ให้จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับตึกรายพิพาท อันเป็นกรรมสิทธิ์ของศาลเจ้าต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๓,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะกฎเสนาบดีว่าด้วย ที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๖๓ โจทก์ไม่มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับที่ดินของศาลเจ้า ทั้งโจทก์ก็ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าปรากฏตามหนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครได้แต่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้าแม่ประดู่ตามความในกฎเสนาบดีที่กล่าวนั้นแล้ว โดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามความในกฎข้อบังคับสำหรับการนี้ทุกประการ ซึ่งตาม ข้อ ๑๔ แห่งกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๖๓ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า ถ้าเกี่ยวด้วยเรืองศาลเจ้า ไม่ว่าจะเป็นตัวศาลเจ้าหรือที่ดิน ของศาลเจ้า โจทก์ในฐานะผู้ปกครองศาลเจ้าย่อมมีอำนาจหน้าที่ฟ้องคดีได้ทั้งแพ่งและอาญา กรณีนี้เป็นเรื่องจำเลยเช่าที่ดินของศาลเจ้า แม้โจทก์จะไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลย โดยจำเลยทำสัญญากับกรมพระนครบาลกระทรวงมหาดไทยโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องได้ ข้อที่จำเลยกล่าวในฎีกาว่า หากฟังว่าสัญญาหมดอายุ กรรมสิทธิ์ในตึกก็ยังเป็นจำเลย ๆ มิได้ ยกกรรมสิทธิ์แก่ศาลเจ้าไปในตัว โดยมิพักต้องทำพิธีโอนหรือให้จำเลยยินยอมยกให้แก่ศาลเจ้าอีกหรือไม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2502 นางอำพัน อื้อประเสริฐ โจทก์ นายกร จาตุรจินดา หรือ ซีกิมฮะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอำพัน อื้อประเสริฐ · จำเลย - นายกร จาตุรจินดา หรือ ซีกิมฮะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · มนูภันย์วิมลสาร · สุทธิมนต์นฤนาท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกิตติ สีหนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1889/2511ฎีกา 730/2486ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 861/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา