คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อกำหนดเรื่องระเบียบวิธีปฏิบัติในการเสนอข้อเรียกร้องต่อผู้รับประกันภัยนั้น หากผู้รับประกันภัยแสดงพฤติการณ์ให้เห็นว่ามิได้ถือเอาข้อกำหนดดังกล่าวเป็นข้อสาระสำคัญ และยอมรับข้อเรียกร้องไว้ดำเนินการโดยไม่ติดใจในข้อบกพร่องอันเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติดังกล่าว ผู้เอาประกันภัยย่อมมีสิทธิฟ้องร้องผู้รับประกันภัยได้โดยสมบูรณ์
ย่อคำพิพากษา
สัญญาประกันภัยการขนส่งทางทะเลมีข้อความว่า "บริษัทจะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องใด ๆ เว้นไว้แต่จะได้มีการแจ้งความโดยทันทีแก่ผู้ที่กล่าวนามข้างใต้นี้ และได้รับรายงานการสำรวจแล้ว ในกรณีความสูญหายหรือบุบสลายนั้นให้ทำข้อเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันทีต่อเรือหรือผู้ขนส่งอื่น และให้แนบข้อเรียกร้องและคำตอนข้อเรียกร้องไปกับข้อเรียกร้องใด ๆ ที่ได้เสนอตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ฯลฯ ข้อความดังกล่าวนี้มิใช่ข้อกำหนดที่ยกเว้น หรือจำกัดความรับผิดของผู้รับประกันภัย แต่ประการใด หากเป็นเพียงข้อกำหนดเรื่องระเบียบวิธีปฏิบัติในการเสนอข้อเรียกร้องต่อผู้รับประกันภัยเพื่อขอรับเงินประกันภัยนั้น ควรจะมีอะไรเสนอพร้อมกันไปด้วยบ้างเท่านั้นเอง หากผู้รับประกันแสดงพฤติการณ์ให้เห็นว่ามิได้ถือเอาข้อกำหนดดังกล่าว เป็นข้อสาระสำคัญสำหรับวิธีปฏิบัติการเสนอคำเรียกร้องของผู้เอาประกันภัย และผู้รับประกันภัยเต็มใจยอมรับข้อเรียกร้องของผู้เอาประกันภัยไว้ดำเนินการโดยไม่ติดใจในเรื่องข้อบกพร่องอันเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติประการใด คำเรียกร้องของผู้เอาประกันภัยโดยไม่ได้แนบข้อเรียกร้องต่อเรือและคำตอบข้อเรียกร้องได้เสนอไปด้วย ย่อมเป็นไปโดยชอบ ผู้เอาประกันภัยย่อมมีสิทธิฟ้องผู้รับประกันภัยได้โดยสมบูรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับประกันสินค้าของโจทก์ ซึ่งจะทำการขนส่งโดยทางเรือไทยลำเลียน ๑๔ เรือไทยลำเลียง ๑๔ ได้ถูกพาพัดหนักอัปปางในเส้นทางเดินเรือ สินค้าของโจทก์ซึ่งจำเลยรับประกันไว้สูญหายไปสิ้น โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยใช้เงิน
จำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้ทำคำเรียกร้องไปยังเจ้าของเรือ และมิได้ ส่งสำเนาคำเรียกร้องมายังจำเลยตามกรรมธรรม์ประกันภัย โจทก์ทำผิดข้อตกลง จำเลยไม่ต้องรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรมธรรม์ประกันภัยมีว่าบริษัท (คือจำเลย) จะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องใด ๆ เว้นไว้แต่จะได้มีการแจ้งความโดยทันทีแก่ผู้ที่กล่าวนามข้างใต้นี้ และได้รับรายงานการสำรวจแล้ว ในกรณีความสูญหายหรือบุบสลายนั้นให้ทำข้อเรียกร้องเป็นลายลักษณะอักษรโดยทันทีต่อเรือหรือผู้ขนส่งอื่น และให้แนบข้อเรียกร้องและคำตอบข้อเรียกร้องไปกับข้อเรียกร้องใด ที่ได้เสนอตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ ฯลฯ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความนี้มิใช่ข้อกำหนดที่ยกเว้นหรือจำกัด ความรับผิดของจำเลยแต่ประการใดหากเป็นเพียงข้อกำหนดเรื่องระเบียบปฏิบัติในการที่จะเสนอข้อเรียกร้องต่อจำเลยเพื่อขอรับเงินประกันภัยนั้น ควรจะต้องมีอะไร เสนอไปพร้อม ๆ กัน และตามพฤติการณ์ทั้งหลายแสดงให้เห็นว่า จำเลยมิได้ถือเอาข้อกำหนดดังกล่าวเป็นเป็นสาระสำคัญสำหรับ วิธีปฏิบัติการเสนอคำเรียกร้องของโจทก์ และจำเลยเต็มใจยอมรับคำเรียกร้องของโจทก์ไว้ดังนั้น คำเรียกร้องของโจทก์ที่เสนอต่อจำเลยนั้นเป็นไปโดยชอบแล้ว โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลย โดยสมบูรณ์
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2502
บริษัทศรีอวยพร จำกัด โดยนายขันธ์ งามละม่อม กรรมการ โจทก์
บริษัท คลังสินค้าแม่น้ำประกันภัย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทศรีอวยพร จำกัด โดยนายขันธ์ งามละม่อม กรรมการ · จำเลย - บริษัท คลังสินค้าแม่น้ำประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วุฒิศักดิ์เนตินาท · สอาด นาวีเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเสนอ บุณยเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา