⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1922/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1922/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันภัยที่กำหนดข้อยกเว้นความรับผิดอันเกิดจากการใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้เอาประกันภัยไว้ด้วยนั้น ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการใช้รถที่เอาประกันภัยไปลากจูงรถคันอื่น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ มาประกันภัยไว้กับจำเลย ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย ลูกจ้างของโจทก์ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวโดยมีรถพ่วงอยู่ด้วย ไปเกิดอุบัติเหตุชนการ์ดเลนคอสะพานเป็นเหตุให้การ์ดเลนคอสะพานและรถยนต์บรรทุกมีประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย ซึ่งตามสัญญาประกันภัยได้กำหนดถึงการคุ้มครองความรับผิดไว้ในสัญญา แต่ก็ได้กำหนดข้อยกเว้นรับผิดไว้หลายประการ โดยมีสัญญาข้อหนึ่งไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัท แสดงให้เห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยไม่ประสงค์จะคุ้มครองถึงกรณีที่มีการใช้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไปลากจูงหรือผลักดัน อันทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหากผู้เอาประกันภัยประสงค์จะให้คุ้มครองถึงส่วนที่ลากจูงก็จะต้องแจ้งความจำนงให้ชัดเจนเพื่อผู้รับประกันภัยจะได้กำหนดเบี้ยประกันให้พอเหมาะกับความเสี่ยงที่มากขึ้น การที่โจทก์นำรถที่เอาประกันภัยไปลากจูงรถพ่วงอีกคันหนึ่งจึงเป็นการกระทำเข้าข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ โจทก์ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวไว้กับจำเลย ต่อมา ระหว่างที่กรมธรรม์ประกันภัยมีผลใช้บังคับ รถยนต์ที่เอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุชนการ์ดเลนคอสะพานทำให้รถยนต์ที่เอาประกันภัยและการ์ดเลนคอสะพานได้รับความเสียหาย โจทก์เสียค่าซ่อมการ์ดเลนคอสะพานให้แก่กรมทางหลวง 39,682 บาท ค่าซ่อมรถยนต์บรรทุก 177,639 บาท ค่าขาดประโยชน์ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 517,321 บาท แต่จำเลยไม่ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน 517,321 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยรับประกันภัยโดยระบุลักษณะตัวรถว่าเป็นแบบกระบะดั๊มบรรทุก จำเลยมิได้รับประกันภัยรถพ่วง ขณะเกิดเหตุรถยนต์คันดังกล่าวได้พ่วงรถพ่วงไปด้วย ซึ่งเงื่อนไขกรมธรรม์ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้ลากจูงหรือผลักดัน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าซ่อมการ์ดเลนคอสะพาน ทั้งไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายจากการใช้รถยนต์ผิดเงื่อนไข นอกจากนี้รถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไม่ได้เสียหาย แต่ส่วนที่เสียหายนั้นเป็นรถพ่วง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 217,321 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "โจทก์นำรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ประกันภัยไว้กับจำเลยในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย ลูกจ้างของโจทก์ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวโดยมีรถพ่วงอยู่ด้วย ไปเกิดอุบัติเหตุชนการ์ดเลนคอสะพานเป็นเหตุให้การ์ดเลนคอสะพานและรถยนต์บรรทุกมีประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โดยรถยนต์บรรทุกได้รับความเสียหายที่บริเวณล้อหลังส่วนหน้าข้างซ้าย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์นำรถยนต์บรรทุกไปพ่วงรถพ่วงแล้วเกิดอุบัติเหตุเป็นการผิดเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด เห็นว่า สัญญาประกันภัยระหว่างโจทก์ ผู้เอาประกันภัยและจำเลย ผู้รับประกันภัย ได้กำหนดถึงการคุ้มครองความรับผิดไว้ในสัญญาหมวดที่ 2 ส่วนที่ 2 การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และหมวดที่ 3 การคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ตามสัญญาประกันภัย แต่ก็ได้กำหนดข้อยกเว้นความรับผิดไว้หลายประการ ซึ่งตามข้อ 2.11.4 และ 3.9.1 ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัท แสดงให้เห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยไม่ประสงค์จะคุ้มครองถึงกรณีที่มีการใช้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไปลากจูงหรือผลักดันอันทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งหากผู้เอาประกันภัยประสงค์จะให้คุ้มครองถึงส่วนที่ลากจูง ก็จะต้องแจ้งความจำนงให้ชัดเจนเพื่อผู้รับประกันภัยจะได้กำหนดเบี้ยประกันให้พอเหมาะกับความเสี่ยงที่มากขึ้นนั้น ดังนั้น การที่โจทก์นำรถที่เอาประกันภัยไปลากจูงรถพ่วงอีกคันหนึ่งจึงเป็นการกระทำเข้าข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1922/2550 บริษัทเอกเกษตรทรานสปอร์ต จำกัด โจทก์ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอกเกษตรทรานสปอร์ต จำกัด · จำเลย - บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล พิชยวัฒน์ · สุรพล เจียมจูไร · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 462/2550ฎีกา 3888/2537ฎีกา 105/2525ฎีกา 7300/2538ฎีกา 1299/2521ฎีกา 7339/2537ฎีกา 1746/2540ฎีกา 793/2546ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2658/2544ฎีกา 1172/2514ฎีกา 529/2513ฎีกา 1106/2516ฎีกา 259/2539ฎีกา 10421/2551ฎีกา 6459/2546ฎีกา 1152/2526ฎีกา 3431/2529ฎีกา 3352/2529ฎีกา 115/2521ฎีกา 476/2511ฎีกา 857/2534ฎีกา 1601/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ