⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 135/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 135/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ที่จำนองเป็นประกัน ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามกฎหมาย มิฉะนั้นจะรับฟังพยานบุคคลเข้าสืบไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคดีได้ความว่าหนี้จำนองรายนี้เป็นเรื่องที่จำเลยรับเงินจากโจทก์ไปใช้ ในลักษณะยืมเงินแล้วทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ ดังนั้น การที่จะนำสืบถึงการชำระหนี้จะต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรค 2 มาใช้บังคับ จำเลยคงมีแต่พยานบุคคลมาสืบว่าได้ชำระหนี้แล้ว ข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจำนองที่ดินยังไม่มีโฉนด ตำบลสามซุก จังหวัดสุพรรณบุรีไว้ต่อโจทก์ยอมคิดดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละ ๑๕ต่อปี ต่อมาจำเลยที่ ๑ ลอบนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดออกโฉนดที่ดินแปลงที่จำนองไว้กับโจทก์ลงชื่อจำเลยที่ ๑-๒-๓ ถือกรรมสิทธิตามโฉนดที่ ๔๙๓๕ โดยโจทก์ไม่รู้ แล้วจำเลยที่ ๑-๒ นำโฉนดที่ ๔๘๓๕ ไปจำนองไว้กับจำเลยที่ ๔ ทั้งนี้ โดยจำเลยที่ ๑-๒ และ ๔ สมยอมกันโดยไม่สุจริต เพื่อฉ้อกลโกงโจทก์ คงเหลือที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๓ อีกส่วนหนึ่ง ที่ดินเฉพาะส่วนนี้เดิมเป็นที่ดินของจำเลยที่ ๑ จำนองไว้กับโจทก์การจำนองรายนี้ยังมิได้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จึงฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๔๙๓๕ ระหว่างจำเลยที่ ๑ - ๒ กับจำเลยที่ ๔ และถอนชื่อจำเลยที่ ๓ ออกจากโฉนดที่ ๔๘๓๕ บังคับจำนองในที่ดินส่วนนี้ โดยให้จำเลยร่วมกันชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๑๗,๕๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยที่ ๑ รับว่า ได้จำนองที่ดินตามสัญญาท้ายฟ้องจริง แต่โจทก์แนะให้จำเลยรังวัดออกโฉนดใหม่เพื่อนำไปจำนองให้แก่จำเลยที่ ๔ นำเงินมาชำระโจทก์ จำเลยที่ ๑ จึงจัดการตามโจทก์แนะ และได้นำเงินมาชำระหนี้จำนองแก่โจทก์แล้ว แต่ที่ไม่ได้ไปไถ่ถอนการจำนองจากโจทก์ ก็เนื่องจากโจทก์บอกว่าเมื่อที่ดินมีโฉนดแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปทำการไถ่ถอนให้เสียเวลา โฉนดไม่มีรายการจำนองกับโจทก์เป็นการหมดการจำนองไปเลย ฯลฯ จำเลยที่ ๔ ต่อสู้ว่า รับจำนองไว้โดยสุจริต ฯลฯ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังพยานบุคคลของจำเลยในข้อที่ว่าได้ชำระหนี้จำนองแต่เห็นว่าพยานจำเลยไม่มีเหตุผล ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว และจำเลยที่ ๔ รับจำนองไว้โดยรู้ว่าที่ดินแปลงนี้จำนองอยู่แก่โจทก์อยู่ก่อนแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ ๓ ออกจากโฉนดที่ ๔๙๓๕ และเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดิน เฉพาะส่วนหลุดเป็นสิทธิตามโฉนดฉบับนี้ ระหว่างจำเลยทั้ง ๑ - ๒ กับจำเลย ที่ ๔ เสียให้จำเลยชำระหนี้จำนองและดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อนำสืบของจำเลยที่ ๑ ที่ว่าชำระหนี้จำนองแก่โจทก์นั้น ขัดต่อเหตุผลแก่อย่างไรก็ตาม หนี้จำนองรายนี้เป็นเรื่องที่จำเลยรับเงินจากโจทก์ไปใช้ในลักษณะยืมเงินแล้วทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ การที่จะนำสืบถึงการชำระหนี้จะต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ มาใช้บังคับ จำเลยคงมีแต่พยานบุคคลมาสืบว่าชำระหนี้แล้ว ข้อนำสืบของจำเลยจังรับฟังไม่ได้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒/๒๔๘๐ ระหว่างนางมี แก้วดี โจทก์ นายม่วง (นางคุ้มภรรยาผู้รับมรดกความ)เลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 135/2502 นายสมบุญ เฟื่องฟุ้ง โจทก์ นายหน่าย ใจเย็น ที่ 1 นางไป๋ ใจเย็น ที่ 2 นางสาวเนี้ยม ใจเย็นที่ 3 นายช้วน จำปาเงิน ที่ 4 ่จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบุญ เฟื่องฟุ้ง · นายช้วน - นายหน่าย ใจเย็น ที่ 1 นางไป๋ ใจเย็น ที่ 2 นางสาวเนี้ยม ใจเย็นที่ 3 · ่จำเลย - จำปาเงิน ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์ · วุฒิศักดิ์เนตินาท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี นายสมชัย · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ นายเย็นมีเมศกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533ฎีกา 794/2509ฎีกา 3055/2526ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา