คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยสภาพ แม้จะไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ตาม และไม่อาจอ้างอายุความเพื่อครอบครองปรปักษ์ได้
ย่อคำพิพากษา
การที่จะเป็นหนองสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้น กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องขึ้นทะเบียนไว้ เพราะจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ เป็นไปตามสภาพของที่นั้นเองว่าเป็นทรัพย์สินใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่
เมื่อที่พิพาทที่จำเลยเข้าทำนาเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แม้จำเลยจะครอบครองมานานเท่าใดก็อ้างอายุความมายันหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร มีหน้าที่คุ้มครองดูแลรักษาหนองเหมือดอันเป็นหนองสาธารณสมบัติองแผ่นดินซึ่งได้ขึ้นทะเบียนกำหนดเขตแน่นอนไว้แล้ว มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๒,๖๐๐ ไร่ ครั้นประมาณปี ๒๔๙๕ จำเลยทั้ง ๖ ได้บังอาจบุกรุกเข้าทำนาในที่ดินหนองเหมือด รวมเนื้อที่ที่จำเลยบุกรุก ประมาณ ๒๑๑ ไร่ ๓ งาน ๙๘ ตารางวา และได้ครอบครองทำมาจนบัดนี้ โดยไม่มีอำนาจ ทางจังหวัดได้ว่ากล่าวตักเตือนให้หยุดการทำนาและออกไปจากที่หลายครั้งแล้วก็ไม่เชื่อฟัง จึงขอศาลบังคับจำเลยทั้ง ๖ และบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามมาเกี่ยวข้อง
จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ที่พิพาทเดิมเป็นของนายดี โคตร์จักร์ ขายให้จำเลยที่ ๑ เมื่อปี ๒๔๙๕ นายดีผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ จึงฟ้องและทำยอมกันที่ศาลแล้วจำเลยที่ ๑ ได้เข้าทำนาตลอดมาจนบัดนี้ จำเลยที่ ๒ - ๓ ให้การว่าได้รับมรดกที่ดินส่วนที่ถูกฟ้องนี้มาจากบิดา และได้ครอบครองทำนามากกว่า ๑๐ ปี แล้ว จำเลยที่ ๔ - ๕ - ๖ ให้การว่า ได้เข้าไปทำโดยอาศัยอำนาจจำเลยที่ ๑ เพราะเป็นที่ของจำเลยที่ ๑ ซื้อจากนายดี มิใช่ที่สาธารณะ ที่พิพาทนี้หาได้มีทะเบียนของทางราชการไม่ แม้จะมีทะเบียนก็ไม่ถูกต้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่พิพาททั้งหมดอยู่ในเขตหนอง เหมือดซึ่งเป็นหนองที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน จำเลยอ้างสิทธิใด ๆ มายันไม่ได้ทั้งสิ้น พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท ห้ามเข้าทำนาหรือกระทำการอื่นใดอันจะขัดขวางประชาชนเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันอีกต่อไป
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า หนองเหมือดเป็นหนองที่ราษฎรใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์จับปลา และใช้น้ำร่วมกัน จึงเป็นหนองสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๐๔ การที่จะเป็นหนองสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้นกฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องขึ้นทะเบียนไว้ เพราะจะเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ เป็นไปตามสภาพของที่นั้นเองว่า เป็นทรัพย์สินใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่
เมื่อที่พิพาทที่จำเลยเข้าทำนาเป็นเขตของหนองเหมือดอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้จำเลยจะครอบครองมานานเท่าใดก็อ้างอายุความยันหาได้ไม่ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2502
ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร โดยนายพันตำรวจเอกเนื่อง รายะนาค ผู้ดำรง
ตำแหน่ง โจทก์
นายสรรศาสตร์ ชาติชำนะ ที่ 1 นายกอง ซาคำไสย ที่ 2 นายสี ชาติชำนิ ที่ 3
นายเถื่อน สัพโส ที่ 4 นายงา ศรีสร้อย ที่ 5 นายใบ อุปการ ที่ 6 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ดำรง - ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร โดยนายพันตำรวจเอกเนื่อง รายะนาค · โจทก์ - ตำแหน่ง · 3 - นายสรรศาสตร์ ชาติชำนะ ที่ 1 นายกอง ซาคำไสย ที่ 2 นายสี ชาติชำนิ ที่ · จำเลย - นายเถื่อน สัพโส ที่ 4 นายงา ศรีสร้อย ที่ 5 นายใบ อุปการ ที่ 6 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายทิพย์ มงคล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารศิลปวุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา