⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 565/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2502

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมมือกับพวกกระทำความผิด เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้ร่วมกันกับพวกกระทำความผิดตามฟ้อง แม้จำเลยมิได้ลงมือกระทำการปล้น จำเลยพียงรับหน้าที่คอยแจ้งสัญญานอันตรายให้พวกทราบ ซึ่งเป็นการกระทำส่วนหนึ่ง เพื่อให้การปล้นบรรลุผลสำเร็จ เช่นนี้ เรียกได้ว่าจำเลยเป็นตัวการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.83 แล้ว ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาจึงไม่ต่างกับฟ้อง และการกระทำดังกล่าวของจำเลยมิใช่มีผิดเพียงฐานสมรู้ เพราะจำเลยมิใช่เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิดเท่านั้น แต่ได้ร่วมกับพวกวางแผนกระทำการปล้นและร่วมในการปล้นมาแต่ต้นโดยตลอด ถึงแม้ในการปล้น จำเลยได้ร่วมรู้ถึงการที่พวกของจำเลยได้เตรียมอาวุธปืนมาด้วยก็ดี แต่การเตรียมอาวุธปืนมาอาจเพียงเพื่อสำหรับใช้ในการปล้น จำเลยอาจไม่ทราบถึงเจตนาของพวกตนที่ถึงกับจะใช้ปืนยิงเจ้าพนักงานด้วยก็ได้ ทั้งขณะที่คนร้ายยิงเจ้าพนักงาน จำเลยก็ได้ถูกเจ้าพนักงานคุมตัวไว้ก่อนแล้ว เช่นนี้ จำเลยยังไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน คงมีความผิดฐานปล้นเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่ถูกตำรวจยิงตายไปแล้ว ๒ คน กับพวกที่หลบหนีอีก ๑ คน สมคบกันปล้นเอาเงิน ๑๐๐ บาทของนายสง่า นิลวรางกูลไป และจำเลยกับพวกใช้ปืนยิงพลตำรวจพรศ เจ้าพนักงานผู้เข้าทำการจับกุมตามหน้าที่เป็นบาดแผลสาหัสขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๘๐ , ๘๓, ๒๘๙, ๒๙๗, ๒๙๘, ๓๔๐ จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ประกอบแล้วฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานเป็นตัวการปล้นทรัพย์และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๘๐, ๘๓, ๒๘๙, ๒๙๗, ๒๙๘, ๓๔๐ ให้ลงโทษตาม ม.๓๔๐ วรรค ๔ ซึ่งเป็นบทหนักตาม ม.๙๐ ลดเพราะรับสารภาพกึ่งหนึ่ง ตาม ม.๗๔ แล้วให้จำคุกจำเลย ๑๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว การที่จำเลยฎีกาคัดค้านว่าจำเลยเพียงแต่นั่งเฝ้ารถมิได้ลงมือกระทำการปล้นดังโจทก์ฟ้อง ต้องยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมมือกับพวกกระทำความผิด เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้ร่วมกันกับพวกมากระทำความผิดตามฟ้อง แม้จำเลยได้ลงมือกระทำการปล้นเพียงรับหน้าที่คอยแจ้งสัญญานอันตรายให้พวกทราบ ซึ่งการกระทำส่วนหนึ่ง เพื่อให้การปล้นบรรลุผลสำเร็จก็เรียกได้ว่าจำเลยได้เป็นตัวการกระทำความผิดตามฟ้อง ความประมวลกฎหมายอาญา ม. ๘๓ แล้ว ฎีกาจำเลยก็อ้างว่า จำเลยควรมีความผิดเพียงฐานสมรู้นั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะการกระทำของจำเลยมิใช่เพียงให้ความช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำผิดเท่านั้น แต่ได้ร่วมกับพวกวางแผนกกระทำการปล้นและร่วมในการปล้นทรัพย์รายนี้มาแต่ต้นโดยตลอด ส่วนข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าออกจะไกลเกินไป เพราะถึงแม้ในการปล้นทรัพย์นี้ จำเลยได้ร่วมรู้ถึงการที่พวกของจำเลยได้เตรียมอาวุธปืนมาด้วยก็ดี แต่การเตรียมอาวุธปืนมาอาจเพียงเพื่อสำหรับใช้ในการปล้นทรัพย์ จำเลยอาจไม่ทราบถึงเจตนาของพวกตนที่ถึงกับจะใช้ปืนยิงเจ้าพนักงานด้วยก็ได้ ทั้งขณะที่คนร้ายยิงเจ้าพนักงาน จำเลยก็ได้ถูกเจ้าพนักงานควบคุมตัวไว้ก่อนแล้ว จำเลยยังไม่ควรมีความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์เพียงว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๓๔๐ วรรค ๔ ประกอบด้วย ม.๘๓ เพียงบทเดียว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายแดงหรือจั๊ว เรืองสินพร้อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายแดงหรือจั๊ว เรืองสินพร้อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงอรรถวุฒิวรวาจก์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปรีชาดุลยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 2936/2543ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา