⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 617/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาจะซื้อขายระบุว่าผู้จะซื้อเป็นบุคคลต่างด้าว หากการโอนขัดข้อง ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อหาผู้รับโอนคนอื่นมารับโอนได้ โดยผู้จะขายต้องโอนให้ ไม่ถือว่าผิดสัญญา และให้ถือว่าผู้ที่จะมารับโอนเท่ากับคู่สัญญานี้ แสดงว่าคู่สัญญามีเจตนาที่จะให้สิทธิแก่ผู้จะซื้อในการโอนสิทธิการจะซื้อขายนั้นแก่บุคคลภายนอกได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อขายมีข้อความตอนหนึ่งว่า "ฯลฯ ในการโอนนี้ ผู้จะซื้อเป็นบุคคลต่างด้าวหากการโอนขัดข้อง ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อหาผู้รับโอนคนอื่นมารับโอนได้ โดยผู้จะขายต้องโอนให้ ไม่ถือว่าผิดสัญญา และให้ถือว่าผู้ที่จะมารับโอนเท่ากับคู่สัญญานี้" ย่อมแสดงถึงเจตนา อันแท้จริงของแต่ละฝ่ายว่าไม่ประสงค์จะเลิกสัญญากัน จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนผูกพันคู่กรณีโจทก์ที่ 1 มีสิทธิที่จะโอนการจะซื้อขายที่ดินรายนี้ให้แก่โจทก์ที่ 2 ได้ตามข้อความในสัญญาดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 พระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ชั้นพิจารณา โจทก์จำเลยตกลงท้ากันให้ศาลชี้ขาดว่าตามสัญญาข้อ ๒ ในสัญญาจะซื้อขายที่ดินรายพิพาทซึ่งมีข้อความว่า "ฯลฯ ในการโอนนี้ผู้จะซื้อเป็นบุคคลต่างด้าว หากการโอนขัดข้อง ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อหาผู้รับโอนคนอื่นมารับโอนได้ โดยผู้จะขายต้องโอนให้ ไม่ถือว่าผิดสัญญาและให้ถือว่าผู้ที่จะมารับโอนเท่ากับคู่สัญญานี้" จะหมายความว่า โจทก์ที่ ๑ มีสิทธิโอนสิทธิการซื้อขายให้แก่โจทก์ที่ ๒ ได้หรือไม่ เพียงข้อเดียว และต่างสละข้อต่อสู้อื่น ๆ ทั้งหมด หากศาลชี้ขาดว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิทำกันได้ จำเลยยอมแพ้ตามฟ้อง หากศาลชี้ขาดว่าโจทก์ทั้งสอง ไม่มีสิทธิทำกันได้ โจทก์ทั้งสองยอมแพ้โดยทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยาน ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสองว่า ให้จำเลยโอนขายที่พิพาทตามโฉนดที่ ๙๓๐๒ ให้แก่โจทก์ที่ ๒ โดยรับชำระราคาที่เหลือจากโจทก์ที่ ๑ หากจำเลยไม่จัดการตามนี้ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของโจทก์จำเลย ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ข้อความในสัญญาดังกล่าวแสดงถึงเจตนาอันแท้จริงของจำเลยว่า ต้องการที่จะขายที่ดินแปลงนี้เป็นการแน่นอน โดยไม่คำนึงถึงตัวคนที่จะซื้อ ไม่ว่าจะเป็นตัวโจทก์ที่ ๑ ผู้เป็นคู่สัญญาโดยตรงหรือบุคคลอื่นที่โจทก์ที่ ๑ จะมาได้ในเมื่อทางการไม่อนุญาตให้โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ซื้อ จำเลยไม่ประสงค์ที่จะเลิกสัญญาจะซื้อขายกันต่อไปแล้ว จึงยินยอมทำสัญญาให้อำนาจแก่โจทก์ที่ ๑ เพื่อหาคนอื่นมาซื้อที่ดินแปลงนี้ไปจนได้ ซึ่งมีผลผูกพันโจทก์ที่ ๑ มิให้ขอเลิกสัญญาเช่นเดียวกัน จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนผูกพันคู่กรณี โจทก์ที่ ๑ จึงมีสิทธิโอนการจะซื้อขายที่ดินรายนี้ให้แก่โจทก์ที่ ๒ ได้ ตามข้อความในสัญญานั้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2502 นายไล่ฮี้ แซ่เลี่ยว ที่ 1 นายแม้น ปฏิพิมพาคม ที่ 2 โจทก์ นายชื่น กิจแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - นายไล่ฮี้ แซ่เลี่ยว ที่ · โจทก์ - นายแม้น ปฏิพิมพาคม ที่ 2 · จำเลย - นายชื่น กิจแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · สารนัยประสาสน์ · การุณย์นราทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสอน ไชยสุต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 523/2497ฎีกา 696/2472ฎีกา 1510/2552ฎีกา 768/2518ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1216/2538ฎีกา 4379/2540ฎีกา 3806/2549ฎีกา 5034/2533ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1962/2548ฎีกา 1265/2496ฎีกา 558/2509ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 163/2491ฎีกา 142/2492ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 988/2533ฎีกา 942-943/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา