⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1151-1152/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151-1152/2503

ป.พ.พ. ม.237 · ป.วิ.แพ่ง ม.288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยไม่สุจริตจนเป็นเหตุให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบ เป็นข้ออ้างที่เจ้าหนี้อื่นสามารถยกขึ้นร้องขัดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องฟ้องเพิกถอนการโอนนั้นก่อน

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นร้องขัดทรัพย์ การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาโอนทรัพย์สินให้ผู้อื่นโดยไม่สุจริตเป็นเหตุให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบ นั้น เป็นการพิจารณาชั้นบังคับคดี เจตนารมย์ของการบังคับคดี ยอมให้ว่ากล่าวกัน ได้ภายหลังการยึดทรัพย์แล้ว ศาลจึงมีอำนาจชี้ขาดตามความในมาตรา 237 ได้ โดยมิพักต้องให้เจ้าหนี้ไป ฟ้องดำเนินคดี ฟ้องร้องขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อน แต่ประการใด (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 18/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๒ สำนวนนี้ จำเลยแพ้คดีโจทก์ นำยึดเรือนทรงปั้นหยา ๑ หลัง เรือนทรงไทย ๒ ห้องแฝดพร้อมทั้งครัวกับโรงเก็บของและเครื่องสีข้าว ๑ หลัง นางช้อง โจทก์นำยึดฉางข้าว ๑ หลัง ร้อยโทปลื้ม ผู้ร้อง ร้องขัดทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดทั้ง ๒ สำนวน เป็นของผู้ร้องโดยซื้อไว้จากจำเลยที่ ๑, ๒ โดยสุจริต ขอให้ถอนการยึด โจทก์ทั้ง ๒ สำนวน ต่อสู้ว่า ทรัพย์ดังกล่าว เป็นของจำเลย สัญญาขายทรัพย์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้องไม่สุจริต แต่ได้กระทำโดยการสมยอม และเป็นการทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ เสียเปรียบ การซื้อขายรายนี้ตกเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาแล้วสั่งให้ถอนการยึดทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้แม้ผู้ร้องขัดทรัพย์จะได้ทำนิติกรรมและจดทะเบียนการซื้อขายทรัพย์รายพิพาทนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนโจทก์ฟ้องก็ดี แต่ปรากฏชัดว่า ฝ่ายจำเลยทราบอยู่แล้วว่า การโอนเช่นนี้เป็นเหตุให้เจ้าหนี้อื่น ๆ เสียบเปรียบ อันเป็นเหตุให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้อาจ นิติกรรมการโอนรายนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๓๗ ส่วนที่ว่าโจทก์จะต้องขอให้ศาลเพิกถอนการโอนย้อนหลัง ไปถึงวันที่โจทก์ยึดทรัพย์รายนี้อันแสดงว่า ได้ยึดไว้โดยชอบได้หรือไม่ หรือจะต้องให้โจทก์ไปดำเนินคดีขอเพิกถอนการโอนนี้เป็นคดีขึ้นใหม่ ไม่ใช่ในเรื่องร้องขัดทรัพย์นี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องชั้นบังคับคดี เจตนารมย์ของการบังคับคดียอมให้ว่ากล่าวกันได้ภายหลัง การยึดทรัพย์แล้ว ศาลมีอำนาจชี้ขาดตามความในมาตรา ๒๓๗ ได้ โดย โดยมิพักต้องให้เจ้าหนี้ไป ฟ้องดำเนินคดี ฟ้องร้องขอให้ทำลายการโอนหรือเพิกถอนการฉ้อฉลเสียก่อน แต่ประการใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151 - 1152/2503 นางสาวชั้น วงษ์พานิช โจทก์ ร้อยโทปลื้ม สุวรรณโชติ ผู้ร้องขัดทรัพย์ นายฉ่ำ ชื่นชม ที่ 1 นางห้วง ชื่นชม ที่ 2 จำเลย นางช้อง มีชัย โจทก์ ร้อยโทปลื้ม สุวรรณโชติ ผู้ร้องขัดทรัพย์ นายฉ่ำ ชื่นชม ที่ 1 นางห้วง ชื่นชม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวชั้น วงษ์พานิช · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - ร้อยโทปลื้ม สุวรรณโชติ · จำเลย - นายฉ่ำ ชื่นชม ที่ 1 นางห้วง ชื่นชม ที่ 2 · โจทก์ - นางช้อง มีชัย · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - ร้อยโทปลื้ม สุวรรณโชติ · จำเลย - นายฉ่ำ ชื่นชม ที่ 1 นางห้วง ชื่นชม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี - นายแถม ศิริสาลี · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2675/2559ฎีกา 1706/2515ฎีกา 5265/2533ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534ฎีกา 924/2503ฎีกา 648/2513ฎีกา 396/2523ฎีกา 7198/2558ฎีกา 704/2522ฎีกา 548/2532ฎีกา 1707/2529ฎีกา 3454/2533ฎีกา 1762/2530ฎีกา 264/2547ฎีกา 1237/2555ฎีกา 1130/2496ฎีกา 8856/2551ฎีกา 3832/2530ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 1218/2534ฎีกา 3278/2535ฎีกา 2518/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา