⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1170/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขับไล่และเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้เหตุละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อที่ดินมือเปล่า จากการขายทอดตลาดของศาลเมื่อ พ.ศ. 2492 โดยโจทก์มิได้เข้าครอบครองเลย โจทก์เคยถูกจำเลยที่ 1 ฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอน การขายทอดตลาดที่พิพาทดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง คดีถึงที่สุดเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2497 ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย. 2499 โจทก์มาฟ้องว่า ระหว่าง พ.ศ. 2492 ถึง 2499 จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าทำนาในที่พิพาท ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้เรื่องอายุความ เช่นนี้ถือว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์ไม่ฟ้องคดีเสียภายใน 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 เมื่อศาลวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกร้องค่าเสียหายได้ ในกรณีดังกล่าวข้างต้น โจทก์จะอ้างว่าโจทก์มีสิทธิตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ว่า ชอบที่จะร้องได้ภายใน 10 ปี หาได้ไม่ เพราะมาตรา 271 เป็นบทบัญญัติถึงสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 ฟ้องในคดีก่อน และศาลยกฟ้องไปนั้น มิได้ทำให้โจทก์มีสิทธิในฐานะเป็นเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาเหนือจำเลยในคดีนี้อย่างใด กรณีไม่เข้าบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.190 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่นาจากการขาดทอดตลาดของศาล จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๔ ต.ค. ๒๔๙๒ ระหว่างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ ถึง ๒๔๙๙ จำเลยได้บุกรุกเข้าทำนาแปลงนี้ทั้งแปลง จึงขอให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ฐานละเมิดสำหรับ พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นเงิน ๑๒,๑๖๐ บาท กับค่าเสียหายเป็นรายปีต่อไปจนกว่าจำเลยจะออกจากที่นาโจทก์ จำเลยต่อสู้ในข้อสำคัญว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน โจทก์ไม่ฟ้องเอาคืนภายใน ๑ ปี นับแต่ถูกแย่งการครอบครอง คดีโจทก์ขาดอายุความ คู่ความรับกันว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งแดงที่ ๓๕/๒๔๙๖ ห้างหุ้นส่วนสยามกสิกร กับนายเจียมจำเลยที่ฟ้องนายผลโจทก์ในคดีนี้อ้างว่า ที่พิพาทเป็นของตน ได้ครอบครองมา ๑๐ กว่า ปีแล้ว การกระทำของนายผลโจทก์ กับนายจำลองเป็นการสมยอมเพื่อฉ้อห้างหุ้นส่วนสยามกสิการ และนายเจียมจำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่พิพาทรายนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า เชื่อว่าที่พิพาทเป็นของนายจำเลยครอบครองทำประโยชน์มาช้านานแล้ว นายผลโจทก์ซื้อที่พิพาทไปจากการขายทอดตลาดโดยชอบ ให้ยกฟ้อง ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ คดีถึงที่สุดเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ โจทก์เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๙๙ คดีโจทก์ขาดอายุความในการเรียกคืนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ส่วนค่าเสียหายฐานละเมิด ระหว่างวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๙๘ ถึงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๘ โจทก์ยังไม่ขาดสิทธิการครอบครอง และยังอยู่ในอายุความ ๑ ปี จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ โจทก์ซึ่งศาลเห็นสมควรคิดคำนวณเอาตามเกณฑ์ค่าเช่า พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑,๓๓๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้จะพิจารณาตามฟ้องของโจทก์ว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ จำเลยเข้าทำนาในที่พิพาท ก็ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ เพราะเมื่อสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินในส่วนที่ประธานคืน ขาดอายุความแล้ว สิทธิเรียกร้องเอาค่าละเมิดในที่ดินอันเป็นส่วนอุปกรณ์ก็ขาดอายุความไปด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๐ โจทก์เรียกค่าเสียหายระหว่างนั้นไม่ได้ พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นในข้อที่ว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เป็นว่า ให้ยกเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในรายที่พิพาทตามคำพิพากษา โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะฟังว่าโจทก์ได้สิทธิการครอบครองเหนือที่รายพิพาทเนื่องจากการซื้อขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๐ ก็จริง แต่ปรากฏว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ เมื่อฟ้องโจทก์ระบุว่า จำเลยได้บุกรุกหรือแย่งการครอบครองมาแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องคดีเสียภายใน ๑ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ แต่ปรากฏว่า แม้ถึงจะนับตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งแดงที่ ๓๕/๒๔๙๖ ให้โจทก์ฟัง คือวันที่ ๒๓ พ.ย. ๒๔๙๗ โจทก์ก็เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๖ มิ.ย. ๒๔๙๙ คดีโจทก์ขาดอายุความตามกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า มีสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ว่า ชอบที่จะร้องได้ภายใน ๑๐ ปีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นบทบัญญัติถึงสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ถูกจำเลยที่ ๑ ฟ้องในคดีก่อน และศาลยกฟ้องไปนั้น มิได้ทำให้โจทก์มีสิทธิในฐานะเป็นเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาเหนือจำเลยในคดีนี้อย่างใด กรณีไม่เข้าบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ดังที่โจทก์ฎีกา ส่วนข้อที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นั้น ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยทั้งสองนี้ได้ทำนารายพิพาทมาแต่ พ.ศ.๒๔๙๒ เมื่อโจทก์ซื้อที่พิพาทจากการขาย ทอดตลาดแล้ว โจทก์มิได้ดำเนินการร้องจำเลยที่ ๒ - ๓ เพิ่งมาฟ้องเมื่อขาดอายุความดังกล่าวข้างต้น เมื่อสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินอันเป็นสิทธิประธานขาดอายุความแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยได้เข้าทำนาในระหว่างนั้นต่อไป ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2503 นายผล สังขำ โจทก์ นายเจียม พึ่งฉ่ำ ที่ 1 นายเชย พึ่งฉ่ำ ที่ 2 นายม้วน พึ่งฉ่ำ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผล สังขำ · จำเลย - นายเจียม พึ่งฉ่ำ ที่ 1 นายเชย พึ่งฉ่ำ ที่ 2 นายม้วน พึ่งฉ่ำ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุสสรนิติสาร · ชวนสิงหลกะ · การุณย์นราทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายบรรจบ เสาวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 1131/2502ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 7732/2552ฎีกา 1003/2521ฎีกา 2404/2530ฎีกา 960/2485ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา