⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1170/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2503

ป.พ.พ. ม.190, 420, 1130 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 271

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขับไล่และเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้เหตุละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อที่ดินมือเปล่า จากการขายทอดตลาดของศาลเมื่อ พ.ศ. 2492 โดยโจทก์มิได้เข้าครอบครองเลย โจทก์เคยถูกจำเลยที่ 1 ฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอน การขายทอดตลาดที่พิพาทดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง คดีถึงที่สุดเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2497 ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย. 2499 โจทก์มาฟ้องว่า ระหว่าง พ.ศ. 2492 ถึง 2499 จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าทำนาในที่พิพาท ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้เรื่องอายุความ เช่นนี้ถือว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์ไม่ฟ้องคดีเสียภายใน 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 เมื่อศาลวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกร้องค่าเสียหายได้ ในกรณีดังกล่าวข้างต้น โจทก์จะอ้างว่าโจทก์มีสิทธิตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ว่า ชอบที่จะร้องได้ภายใน 10 ปี หาได้ไม่ เพราะมาตรา 271 เป็นบทบัญญัติถึงสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 1 ฟ้องในคดีก่อน และศาลยกฟ้องไปนั้น มิได้ทำให้โจทก์มีสิทธิในฐานะเป็นเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาเหนือจำเลยในคดีนี้อย่างใด กรณีไม่เข้าบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.190 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.190 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่นาจากการขาดทอดตลาดของศาล จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๔ ต.ค. ๒๔๙๒ ระหว่างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ ถึง ๒๔๙๙ จำเลยได้บุกรุกเข้าทำนาแปลงนี้ทั้งแปลง จึงขอให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ฐานละเมิดสำหรับ พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นเงิน ๑๒,๑๖๐ บาท กับค่าเสียหายเป็นรายปีต่อไปจนกว่าจำเลยจะออกจากที่นาโจทก์ จำเลยต่อสู้ในข้อสำคัญว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน โจทก์ไม่ฟ้องเอาคืนภายใน ๑ ปี นับแต่ถูกแย่งการครอบครอง คดีโจทก์ขาดอายุความ คู่ความรับกันว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งแดงที่ ๓๕/๒๔๙๖ ห้างหุ้นส่วนสยามกสิกร กับนายเจียมจำเลยที่ฟ้องนายผลโจทก์ในคดีนี้อ้างว่า ที่พิพาทเป็นของตน ได้ครอบครองมา ๑๐ กว่า ปีแล้ว การกระทำของนายผลโจทก์ กับนายจำลองเป็นการสมยอมเพื่อฉ้อห้างหุ้นส่วนสยามกสิการ และนายเจียมจำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่พิพาทรายนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า เชื่อว่าที่พิพาทเป็นของนายจำเลยครอบครองทำประโยชน์มาช้านานแล้ว นายผลโจทก์ซื้อที่พิพาทไปจากการขายทอดตลาดโดยชอบ ให้ยกฟ้อง ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ คดีถึงที่สุดเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ โจทก์เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๙๙ คดีโจทก์ขาดอายุความในการเรียกคืนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ส่วนค่าเสียหายฐานละเมิด ระหว่างวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๙๘ ถึงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๘ โจทก์ยังไม่ขาดสิทธิการครอบครอง และยังอยู่ในอายุความ ๑ ปี จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ โจทก์ซึ่งศาลเห็นสมควรคิดคำนวณเอาตามเกณฑ์ค่าเช่า พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑,๓๓๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้จะพิจารณาตามฟ้องของโจทก์ว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ จำเลยเข้าทำนาในที่พิพาท ก็ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ เพราะเมื่อสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินในส่วนที่ประธานคืน ขาดอายุความแล้ว สิทธิเรียกร้องเอาค่าละเมิดในที่ดินอันเป็นส่วนอุปกรณ์ก็ขาดอายุความไปด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๐ โจทก์เรียกค่าเสียหายระหว่างนั้นไม่ได้ พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นในข้อที่ว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เป็นว่า ให้ยกเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในรายที่พิพาทตามคำพิพากษา โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะฟังว่าโจทก์ได้สิทธิการครอบครองเหนือที่รายพิพาทเนื่องจากการซื้อขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๐ ก็จริง แต่ปรากฏว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ เมื่อฟ้องโจทก์ระบุว่า จำเลยได้บุกรุกหรือแย่งการครอบครองมาแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องคดีเสียภายใน ๑ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ แต่ปรากฏว่า แม้ถึงจะนับตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งแดงที่ ๓๕/๒๔๙๖ ให้โจทก์ฟัง คือวันที่ ๒๓ พ.ย. ๒๔๙๗ โจทก์ก็เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๖ มิ.ย. ๒๔๙๙ คดีโจทก์ขาดอายุความตามกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า มีสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ว่า ชอบที่จะร้องได้ภายใน ๑๐ ปีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นบทบัญญัติถึงสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ถูกจำเลยที่ ๑ ฟ้องในคดีก่อน และศาลยกฟ้องไปนั้น มิได้ทำให้โจทก์มีสิทธิในฐานะเป็นเจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาเหนือจำเลยในคดีนี้อย่างใด กรณีไม่เข้าบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ดังที่โจทก์ฎีกา ส่วนข้อที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นั้น ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยทั้งสองนี้ได้ทำนารายพิพาทมาแต่ พ.ศ.๒๔๙๒ เมื่อโจทก์ซื้อที่พิพาทจากการขาย ทอดตลาดแล้ว โจทก์มิได้ดำเนินการร้องจำเลยที่ ๒ - ๓ เพิ่งมาฟ้องเมื่อขาดอายุความดังกล่าวข้างต้น เมื่อสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินอันเป็นสิทธิประธานขาดอายุความแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยได้เข้าทำนาในระหว่างนั้นต่อไป ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2503 นายผล สังขำ โจทก์ นายเจียม พึ่งฉ่ำ ที่ 1 นายเชย พึ่งฉ่ำ ที่ 2 นายม้วน พึ่งฉ่ำ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผล สังขำ · จำเลย - นายเจียม พึ่งฉ่ำ ที่ 1 นายเชย พึ่งฉ่ำ ที่ 2 นายม้วน พึ่งฉ่ำ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุสสรนิติสาร · ชวนสิงหลกะ · การุณย์นราทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายบรรจบ เสาวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3947/2533ฎีกา 3806/2549ฎีกา 6296/2545ฎีกา 4161/2532ฎีกา 1712/2539ฎีกา 5128/2541ฎีกา 5692/2538ฎีกา 883/2518ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา