⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 133/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2503

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินจำเลยเป็นที่ดินมือเปล่า ตามสภาพพออนุมานได้ว่าเป็นที่บ้าน เมื่อโจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าโจทก์มีกรรมสิทธิไม่ใช่แค่เพียงสิทธิครอบครอง จึงควรฟังข้อนำสืบของโจทก์ว่ามีกรรมสิทธิ์ไม่ใช่แต่เพียงสิทธิครอบครอง จึงควรฟังข้อนำสืบของโจทก์ว่ามีกรรมสิทธิ์โดยอาศัยกฎหมายบทใดเสียก่อน ไม่ควรด่วนงดสืบพยาน อนึ่ง ในเรื่องอายุความ จะถือเอาระยะเริ่มที่โจทก์เค้าครอบครองที่ดินเป็นต้นมาไม่ได้ ต้องพิจารณาว่าที่เป็นที่บ้านมาแต่เมื่อใด ถ้าที่ดินได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42แล้ว โจทก์จะต้องละทิ้ง 9 ปี 10 ปี จึงจะขาดสิทธิ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ๑ แปลง เมื่อประมาท ๗ ปีมานี้จำเลยสร้างห้องแถวรุกล้ำที่ดินของโจทก์ กับเมื่อประมาณ ๘ เดือนมานี้ จำเลยสร้างส้มล้ำที่ดินของโจทก์เป็นเหตุให้รั้วของโจทก์พังเสียหาย จึงขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของโจทก์ บังคับให้จำเลยรื้อห้องแถว ส้วมและหลักเขตที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า เมื่อประมาณ ๘ ปีมานี้ ฝาห้องแถวของจำเลยพัง จำเลยจึงทำฝาห้องแถวใหม่ โดยถอยห่างมาจากฝาห้องแถวและส้มของจำเลย ปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลย ประการสุดท้าย จำเลยตัดฟ้องว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพอวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องสืบพยานฝ่ายใด จึงให้งดดำเนินกระบวนพิจารณา แล้ววินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๔, ๑๓๗๕ สำหรับส้วมเห็นว่า จำเลยมิได้ปลูกล้ำที่ดินโจทก์ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ดินของโจทก์เป็นที่บ้าน จำเลยมิได้ต่อสู้ถึงสิทธิเดิมของโจทก์ว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ จึงไม่ต้องพิจารณาไปถึงว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิที่ดินแปลงนี้ภายหลังประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอันว่า ด้วยการออกโฉนดที่ดินหรือไม่ เมื่อที่ดินของโจทก์เป็นที่บ้าน โจทก์ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ คดีโจทก์ยังไม่หมดอายุความ จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ที่ดินของโจทก์จำเลยอยู่ติดกัน ทั้งสองฝ่ายต่างมีห้องแถวปลูกในที่ดินของตนมาช้านานแล้ว ที่ดินของโจทก์ยังคงเป็นที่มือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ตามสภาพของที่ดินพออนุมานได้ว่าเป็นที่บ้าน เมื่อโจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ไม่ได้อ้างว่ามีเพียงสิทธิครอบครอง ฉะนั้น ควรฟังข้อนำสืบของโจทก์ว่ามีกรรมสิทธิโดยอาศัยกฎหมายบทใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย โจทก์จึงไม่มีโอกาสพิสูจน์ว่า โจทก์จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ ๔๒ หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์เริ่มมีสิทธิครอบครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ จึงถือว่า โจทก์ได้สิทธิครอบครองภายหลังประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอันว่าด้วยการออกโฉนดที่ดินด้วย คดีจึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า จะถือเอาระยะเริ่มที่โจทก์เค้าครอบครองที่ดินเป็นต้นมาไม่ได้ ต้องพิจารณาว่าที่เป็นที่บ้านมาแต่เมื่อใด ถ้าที่ดินได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ ๔๒แล้ว โจทก์จะต้องละทิ้ง ๙ ปี ๑๐ ปี จึงจะขาดสิทธิ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2503 นายเซียมควร แซ่ตัง โจทก์ นายรุ่ง ไพเราะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเซียมควร แซ่ตัง · จำเลย - นายรุ่ง ไพเราะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · ไชยเจริญ สันติศิริ · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายพัลลภ ตุ่มทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสวิง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 609/2522ฎีกา 529/2497ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1456/2537ฎีกา 659/2529ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 5050/2541ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 101/2509ฎีกา 5007/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา